ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งเกือบ 100 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทดีดตัวคืนนี้ เก็งเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.50% เดือนนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 19:28 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นเกือบ 100 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัวขึ้นในคืนนี้ ขานรับคาดการณ์ธนาคารกลาง (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนนี้ ณ เวลา 19.27 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 87 จุด หรือ 0.32% สู่ระดับ 27,288 จุด นักลงทุนคาดการณ์มากยิ่งขึ้นว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนนี้ หลังการกล่าวถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด 2 รายเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 59% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ก.ค. หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เมื่อวานนี้ และตัวเลขดังกล่าวพุ่งขึ้นแตะ 69% หลังการกล่าวถ้อยแถลงของนายริชาร์ด แคลริดา รองประธานเฟด

นายวิลเลียมส์ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของ Central Bank Research Association ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว โดยเน้นย้ำว่า การใช้มาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนที่จะเกิดหายนะนั้น ถือเป็นแนวทางที่ดีกว่า และเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำขณะนี้ เฟดควรจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและจริงจัง

ทางด้านนายแคลริดากล่าวเช่นกันว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดี

นายโจเซฟ ลาวอร์ญา หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัทนาติซิส กล่าวว่า ถ้อยแถลงของนายวิลเลียมส์เป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนนี้

หากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค. ก็จะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ขณะนี้ มีบริษัทมากกว่า 12% ของดัชนี S&P 500 ที่ได้ประกาศผลประกอบการออกมาแล้ว ซึ่งในจำนวนดังกล่าว ราว 84% ได้รายงานตัวเลขกำไรสูงกว่าคาด

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะมีผลประกอบการลดลง 3% ในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นการปรับตัวลงของผลประกอบการรายไตรมาสครั้งแรกในรอบ 3 ปี

แบล็คร็อค ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีกำไรในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ แบล็คร็อคระบุว่า บริษัทมีกำไร 6.41 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.50 ดอลลาร์/หุ้น

นอกจากนี้ แบล็คร็อคเปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้ลดลง 2.2% สู่ระดับ 3.52 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เช่นกัน

อย่างไรก็ดี บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการที่ระดับ 6.84 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากระดับ 6.30 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ