ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลง 2.7% ในช่วงเช้าวันนี้ (6 ก.พ.) ขณะที่สกุลเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงใกล้แตะระดับทางจิตวิทยาที่ 17,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ หลังจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ (Moodys) ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียเป็น "เชิงลบ" จากเดิม "มีเสถียรภาพ"
ส่วนต้นทุนการประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Default Swaps) ของอินโดนีเซีย ปรับตัวขึ้น 0.043% สู่ระดับ 0.80% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย
มูดี้ส์ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียไว้ที่ "Baa2" แต่ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียเป็น "เชิงลบ" จากเดิม "มีเสถียรภาพ" โดยระบุถึงความสามารถในการคาดการณ์ด้านนโยบายที่ลดน้อยลง นอกจากนี้ การปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือยังสะท้อนถึงความเสี่ยงที่มีต่อประสิทธิภาพด้านนโยบาย และสัญญาณของธรรมาภิบาลที่อ่อนแอลง
"หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปก็อาจจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือด้านนโยบายที่สร้างมาอย่างยาวนานของอินโดนีเซีย ซึ่งความน่าเชื่อถือนี้เคยเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค การคลัง และการเงิน" มูดี้ส์ระบุในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.)
การปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือดังกล่าว มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีชั้นนำระดับโลก ได้ระบุถึงปัญหาด้านความโปร่งใสของอินโดนีเซีย และเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะลดสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียสู่ "ตลาดหุ้นชายขอบ" (Frontier Market) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเทขายและทำให้มูลค่าของตลาดหุ้นอินโดนีเซียหายไปกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์