ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้ก้าวขึ้นแซงหน้าตลาดหุ้นอังกฤษขึ้นเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กบ่งชี้ว่า มูลค่าตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปโดยรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นกว่า 45% ในปี 2569 แตะระดับ 4.04 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มาร์เก็ตแคปของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอังกฤษเพิ่มขึ้นประมาณ 3% แตะระดับ 3.99 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นไปอย่างคึกคักเช่นเดียวกับตลาดหุ้นไต้หวันที่แซงหน้าตลาดหุ้นอังกฤษขึ้นเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกในเดือนเม.ย. โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความแข็งแกร่งของหุ้นบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง คอมพานี (TSMC) ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยปัจจุบันหุ้น TSMC มีสัดส่วนประมาณ 45% ของดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ส่วนมูลค่าของตลาดหุ้นไต้หวันในปัจจุบันอยู่ที่ 4.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขยับเข้าใกล้มูลค่าตลาดของตลาดหุ้นแคนาดา
การพุ่งขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนจุดสนใจของโลกไปสู่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งช่วยขับเคลื่อนมูลค่าหุ้นให้พุ่งสูงขึ้นสำหรับสองบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ซึ่งได้แก่ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชิปหน่วยความจำทั้งสองแห่งนี้มีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 40% ของมูลค่าตลาดรวมของดัชนี KOSPI ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 800 แห่ง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้ผลักดันให้มีการยกระดับราคาหุ้นผ่านการปฏิรูปธรรมาภิบาลในองค์กรและนโยบายส่งเสริมตลาด
นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ด้าน AI ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี KOSPI ขึ้นสู่ระดับ 8,000 จุด ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการคาดการณ์การเติบโตของกำไรในปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 200%
ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปรับตัวขึ้นราว 4% ในปี 2569 ซึ่งไม่ได้น้อยไปกว่าดัชนี MSCI All Country World มากนัก แต่ก็ยังตามหลังอยู่มากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ที่ได้ประโยชน์จากกระแสความเฟื่องฟูของ AI นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอังกฤษซึ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ยังคงเต็มไปด้วยบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในภาคส่วนดั้งเดิม เช่น ภาคการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนบริษัทด้านพลังงานและเหมืองแร่