หุ้นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของจีนพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นฮ่องกงช่วงเช้าวันนี้ (26 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองบวกต่อรายงานข่าวที่ว่า หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (Huawei Technologies) บริษัทไอทีรายใหญ่ของจีน มีแผนที่จะผลิตชิประดับ 1.4 นาโนเมตร
ทั้งนี้ หุ้นบริษัทผลิตชิปของจีนอย่าง Semiconductor Manufacturing International Corp. และหุ้น Hua Hong Semiconductor Ltd. ต่างก็ทะยานขึ้นกว่า 16% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นฮ่องกงเช้านี้
ขณะที่หุ้นบริษัทผลิตชิปของจีนซึ่งซื้อขายในตลาดหุ้นจีน ดีดตัวขึ้นเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) เช่นกัน หลังจากหัวเว่ย เทคโนโลยี่ คาดหมายว่าจะสามารถออกแบบชิปขั้นสูงที่มีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากับสถาปัตยกรรมระดับ 1.4 นาโนเมตรได้ภายในปี 2574 โดยใช้เทคโนโลยี "LogicFolding" ซึ่งทางบริษัทพัฒนาขึ้นเอง
หัวเว่ยได้แถลงถึงแผนการดังกล่าวเมื่อวานนี้ โดยอ้างถึงหลักการใหม่ในการยกระดับประสิทธิภาพชิปที่เรียกว่า "Tau Scaling Law" ซึ่งถึงแม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้เปิดเผยผลทดสอบประสิทธิภาพจากหน่วยงานอิสระ แต่เป้าหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะคาดการณ์กันว่า เทคโนโลยีระดับ 1.4 นาโนเมตรจะใกล้เคียงกับขีดจำกัดสูงสุดของการผลิตชิปขั้นสูงของโลกในช่วงปลายทศวรรษนี้
นักวิเคราะห์มองว่า กระบวนการผลิตแบบใหม่นี้อาจช่วยให้บรรดาผู้ผลิตชิปของจีนสามารถลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (TSMC) นอกจากนี้ ยังอาจลดความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ผลิตชิปที่ก้าวหน้าที่สุดซึ่งผลิตโดยบริษัท เอเอสเอ็มแอล โฮลดิ้ง (ASML Holding) ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลงอย่างมาก
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า เทคนิคนี้ หากได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับชิป AI ของจีนในอนาคต และจะช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ได้ แม้จะมีการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงของบริษัท อินวิเดีย (Nvidia) ก็ตาม