หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชียร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (5 มิ.ย.) หลังจากที่หุ้นกลุ่มชิปในตลาดวอลล์สตรีทดิ่งลงในวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) เนื่องจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัท บรอดคอม (Broadcom) ส่งผลให้นักลงทุนโยกย้ายการลงทุนออกจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปยังหุ้นกลุ่มที่มีความปลอดภัยมากกว่า
หุ้นซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ร่วงลงเกือบ 7% และหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ (SK hynix) ดิ่งลงกว่า 8% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ขณะที่หุ้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็เผชิญกับแรงกดดันเช่นกัน โดยหุ้นซัมซุง เอสดีไอ (Samsung SDI) ร่วงลงกว่า 7%, หุ้นแอลจี ดิสเพลย์ (LG Display) ร่วงลง 7.4%, หุ้นแอลจี อินโนเทก (LG Innotek) ลดลง 6.1% และหุ้นโซล เซมิคอนดักเตอร์ (Seoul Semiconductor) ดิ่งลงกว่า 6%
ส่วนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้น หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง โตเกียว อิเล็กตรอน (Tokyo Electron) ร่วงลงกว่า 6% และหุ้นแอดแวนเทสต์ (Advantest) ร่วงลง 5% ขณะที่หุ้นมูราตะ แมนูแฟคเจอริง (Murata Manufacturing) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 4.8% และหุ้นฟานุค (Fanuc) ผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ลดลง 4.1%
สำหรับในตลาดหุ้นไต้หวัน หุ้นหงไห่ พรีซิชัน อินดัสทรี (Hon Hai Precision Industry) ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทแอปเปิ้ล (Apple) ลดลง 1.7%, หุ้นเพกาทรอน (Pegatron) บริษัทผู้รับจ้างผลิต ลดลง 2.6% และหุ้นลาร์แกน พรีซิชัน (Largan Precision) ผู้ผลิตเลนส์กล้อง iPhone ดิ่งลงกว่า 4%
การร่วงลงเป็นวงกว้างของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียเช้านี้ เกิดขึ้นหลังจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ถูกกระหน่ำขายออกมาอย่างหนักในวันพฤหัสบดี ภายหลังจากราคาหุ้นบรอดคอม ร่วงลงกว่า 12% จากการที่บริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาสสองที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ร่วงลงตามกัน รวมถึงหุ้นอาร์ม โฮลดิงส์ (Arm Holdings) ร่วงลงกว่า 4% และหุ้นไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology) ดิ่งลงเกือบ 8%
ทั้งนี้ การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ฉุดดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี สวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน