ค่าเงินรูปีของอินเดียอ่อนค่าลงทำสถิติใหม่อีกครั้งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหยวนออฟชอร์ในการซื้อขายวันนี้ (29 ส.ค.) โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกของอินเดีย ซึ่งกำลังเผชิญกับกำแพงภาษีที่สูงขึ้นจากสหรัฐฯ
อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวน-รูปี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการค้าของอินเดีย เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นคู่แข่งกันโดยตรงในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก อาทิ สิ่งทอ สินค้าวิศวกรรม และเคมีภัณฑ์
การที่เงินรูปีอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินหยวน จะทำให้สินค้าของอินเดียมีราคาถูกลงโดยเปรียบเทียบกับสินค้าของคู่แข่งจากจีน ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังอาจช่วยให้อินเดียลดการขาดดุลการค้าที่มีต่อจีนได้อีกด้วย
ค่าเงินรูปีได้อ่อนตัวลงไปอยู่ที่ระดับ 12.3307 รูปีต่อหยวนออฟชอร์ ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินรูปีอ่อนค่าลงแล้ว 1.2% และอ่อนค่าลง 1.6% ในรอบเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากนับย้อนหลังไป 4 เดือน จะพบว่าค่าเงินรูปีได้ทรุดตัวลงไปแล้วเกือบ 6% เมื่อเทียบกับเงินหยวน
นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การอ่อนค่าของเงินรูปีเมื่อเทียบกับเงินหยวนเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ โดยในสัปดาห์นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียอีก 25% ทำให้ภาระภาษีโดยรวมที่อินเดียต้องเผชิญพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวที่ 50% ขณะที่สินค้าจากจีนยังคงเผชิญกำแพงภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าที่ 30% และยังไม่มีการปรับขึ้นภาษีในอัตราที่สูงกว่านี้
นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวน-รูปียังเป็นอีกตัวชี้วัดที่ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ติดตาม โดย RBI น่าจะพอใจกับการอ่อนค่าของเงินรูปีเมื่อเทียบกับเงินหยวนในครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้ส่งผลให้ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจนอยู่ในระดับที่น่ากังวล