ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก สอดคล้องกับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
นอกจากนี้ ดอลลาร์ถูกกดดันจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
ณ เวลา 22.14 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.22% สู่ระดับ 98.83 ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า 0.17% สู่ระดับ 1.163 เทียบยูโร และร่วงลง 0.37% สู่ระดับ 151.26 เยน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณยุติการใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน
นายพาวเวลกล่าววานนี้ว่า เฟดอาจใกล้ถึงจุดที่จะยุติการลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ทั้งนี้ ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมของสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติสหรัฐ (NABE) ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย นายพาวเวลกล่าวถึงท่าทีล่าสุดของเฟดเกี่ยวกับการใช้นโยบาย "คุมเข้มเชิงปริมาณ" (quantitative tightening) หรือ QT ซึ่งเป็นกระบวนการลดการถือครองสินทรัพย์ในงบดุลของเฟดที่มีมูลค่ามากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์
'แผนของเราที่ประกาศไว้นานแล้วคือการยุติการลดขนาดงบดุล เมื่อปริมาณทุนสำรองอยู่เหนือระดับที่เรามองว่าเพียงพอต่อสภาพคล่องในระบบ โดยเราอาจเข้าใกล้จุดนั้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า และเรากำลังติดตามตัวชี้วัดมากมายเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ' นายพาวเวลกล่าว
แม้ประเด็นเรื่องงบดุลถือเป็นรายละเอียดเชิงเทคนิคในนโยบายการเงิน แต่ก็มีความสำคัญต่อตลาดการเงิน เพราะเมื่อสภาพคล่องในตลาดตึงตัว เฟดจะมุ่งให้เกิดภาวะ "ทุนสำรองในระดับสูง" เพื่อให้ภาคธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เฟดก็จะปรับลดสู่ภาวะ "ทุนสำรองเพียงพอ" เพื่อป้องกันไม่ให้มีเงินทุนล้นระบบเกินไป
ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เฟดได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้งบดุลของเฟดพุ่งขึ้นเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่กลางปี 2565 เฟดได้ทยอยปล่อยให้ตราสารหนี้เหล่านั้นหมดอายุโดยไม่ซื้อคืน ซึ่งถือเป็นมาตรการหนึ่งในการคุมเข้มนโยบายการเงิน
นอกจากนี้ นายพาวเวลยังกล่าวว่า เริ่มมีสัญญาณบางอย่างบ่งชี้ว่าสภาพคล่องในระบบกำลังตึงตัวขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าการลดทุนสำรองต่อไปจะขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม นายพาวเวลย้ำว่า เฟดไม่มีแผนที่จะลดขนาดงบดุลกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์