ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อ-จ้างงานสหรัฐฯ

ข่าวต่างประเทศ Tuesday February 10, 2026 07:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (9 ก.พ.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.84% สู่ระดับ 96.814

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 155.68 เยน จากระดับ 157.10 เยนในวันศุกร์ (6 ก.พ.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7660 ฟรังก์ จากระดับ 0.7754 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3557 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3658 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1921 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1819 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3699 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3616 ดอลลาร์

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ยอดค้าปลีก และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของเฟดจะมีขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่เควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้แนะนำให้สถาบันการเงินภายในประเทศ ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเรียกร้องธนาคารต่าง ๆ จำกัดการซื้อพันธบัตร และสั่งการให้สถาบันการเงินที่ลงทุนสูงในพันธบัตรสหรัฐฯ ลดการถือครองลง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและความผันผวนที่กระจุกตัวในตลาดพันธบัตร

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสื่อต่างประเทศว่า คำแนะนำนี้เป็นความพยายามในการกระจายความเสี่ยงในตลาด มากกว่าที่จะเป็นมาตรการตอบโต้ทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือสะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ โดยคำแนะนำไม่ได้บังคับใช้กับหน่วยงานภาครัฐของจีนที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ

แหล่งข่าวระบุว่า คำแนะนำดังกล่าวของทางการจีนมีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่ปธน.ทรัมป์วางแผนที่จะพบกับปธน.สีในการประชุมสุดยอดซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในช่วงเดือนเม.ย.

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศของจีน (SAFE) ระบุว่า ธนาคารต่าง ๆ ของจีนถือครองพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์มูลค่าประมาณ 2.98 แสนล้านดอลลาร์ ณ เดือนก.ย. 2568 แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าในจำนวนดังกล่าวเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนเท่าใด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ