ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความหวังที่ว่าการทำสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะใช้เวลาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.28% แตะที่ 98.764
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.15 เยน จากระดับ 157.76 เยนในวันอังคาร (3 มี.ค.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.78 ฟรังก์ จากระดับ 0.7822 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3669 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3667 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1625 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1603 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3351 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3334 ดอลลาร์
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อทางอ้อมกับสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) เกี่ยวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านหน่วยข่าวกรองของประเทศหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งเรือรบออกไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะจัดให้มีการประกันภัยแก่เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป
ขณะที่พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธของอิหร่านได้ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ โดยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านลดลง 86% นับจากวันแรกของการสู้รบ และเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้ลดลง 23% ส่วนการปล่อยโดรนโจมตีแบบเที่ยวเดียว ลดลง 73%
ข่าวดังกล่าวส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเริ่มผ่อนคลายลง และทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการพุ่งขึ้นสู่ระดับ 56.1 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565 จากระดับ 53.8 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.5 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9
ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่
ด้านออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48,000 ตำแหน่ง จากระดับ 11,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.พ.จะเพิ่มขึ้น 59,000 ตำแหน่ง ซึ่งชะลอตัวลงหลังจากที่พุ่งขึ้น 130,000 ในเดือนม.ค.