ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่า นลท.ลดถือสกุลเงินปลอดภัยหลังสงครามส่งสัญญาณใกล้จบ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 1, 2026 07:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (31 มี.ค.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสงครามอิหร่านใกล้จะยุติลง ซึ่งทำให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.54% แตะที่ระดับ 99.965

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.95 เยน จากระดับ 159.58 เยนในวันจันทร์ (30 มี.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8008 ฟรังก์ จากระดับ 0.8000 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3937 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3926 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1523 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1457 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3189 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3186 ดอลลาร์

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะยุติการโจมตีอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอยู่ เนื่องจากเขามองว่าการใช้กำลังบีบบังคับให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันดังกล่าว อาจทำให้สงครามยืดเยื้อไปจากกรอบเวลาที่เขากำหนดไว้

สื่อหลายสำนักรายงานล่าสุดว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน เปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม หากมีการรับประกันตามเงื่อนไขของอิหร่าน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอิหร่านเคยโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ในช่วงต้นเดือนมี.ค.ว่า "หนทางเดียวที่จะยุติสงครามนี้ ซึ่งถูกจุดชนวนโดยระบอบไซออนนิสต์และสหรัฐฯ คือการยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ค่าเสียหาย และการมีหลักประกันระหว่างประเทศที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการรุกรานในอนาคต"

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าความขัดแย้งยังคงดำเนินอยู่ โดยพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ช่วงเวลาไม่กี่วันข้างหน้า จะเป็นช่วงเวลาที่ชี้ขาดสำหรับการทำสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมยอมรับว่า อิหร่านยังคงมีความสามารถในการตอบโต้ แม้จะเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักจากสหรัฐและอิสราเอลเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกคำเตือนครั้งใหม่ว่า บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "การจารกรรมเพื่อการก่อการร้าย" อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน โดยได้ระบุชื่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ หลายแห่ง และเรียกร้องให้พนักงานรวมทั้งประชาชนที่อยู่ใกล้สำนักงานของบริษัทดังกล่าวอพยพออกไป ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีที่ IRGC ระบุชื่อได้แก่ ซิสโก, เอชพี, อินเทล, ออราเคิล, ไมโครซอฟท์, แอปเปิ้ล, กูเกิล, เมตา, ไอบีเอ็ม, เทสลา และโบอิ้ง

นักลงทุนจับตาเส้นตาย 10 วันที่ปธน.ทรัมป์ระบุเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่า เขาจะเลื่อนแผนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปจนถึงวันจันทร์ที่ 6 เม.ย. เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับวันอังคารที่ 7 เม.ย. เวลา 07.00 น.ตามเวลาไทย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 358,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.882 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2563 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.918 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.24 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค.

ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ