ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันนี้ โดยนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
นอกจากนี้ ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ณ เวลา 23.21 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.32% สู่ระดับ 99.412 ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.33% สู่ระดับ 1.159 เทียบยูโร และดีดตัว 0.16% สู่ระดับ 159.16 เยน
นักลงทุนคาดว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูงจะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 101 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกคำสั่งว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน จะต้องไม่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐในการทำข้อตกลงสันติภาพ
แหล่งข่าวกล่าวว่า "คำสั่งของผู้นำสูงสุด และฉันทามติภายในฝ่ายปกครอง คือคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะต้องไม่ออกนอกประเทศ"
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเชื่อว่า การส่งวัสดุดังกล่าวออกไปต่างประเทศ จะทำให้อิหร่านมีความเปราะบางต่อการโจมตีในอนาคตจากสหรัฐและอิสราเอล
พวกเขายังกล่าวด้วยว่า ภายในอิหร่านมีความกังวลว่า การหยุดยิงในขณะนี้อาจเป็นกลลวงทางยุทธวิธีของสหรัฐ เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย ก่อนกลับมาโจมตีอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวกล่าวว่า ยังมีแนวทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหาเรื่องยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน เช่น การลดความเข้มข้นของยูเรเนียมภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ทั้งนี้ ตามการประเมินของ IAEA พบว่า อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% มากกว่า 440 กิโลกรัม โดยมีรายงานว่า ยูเรเนียมดังกล่าวถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านที่ถูกสหรัฐและอิสราเอลโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันในเดือนมิ.ย.2568
คำสั่งของคาเมเนอีดังกล่าวอาจสร้างความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐ
ปธน.ทรัมป์ขู่วานนี้ว่า เขาจะใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิหร่านไม่ให้คำตอบที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบ 100% แต่เขายินดีรออีก 2-3 วันเพื่อเปิดโอกาสให้การเจรจาดำเนินต่อไป
ทางด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปธน.ทรัมป์ได้รับรองกับอิสราเอลว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ จะต้องถูกนำออกจากอิหร่าน และข้อตกลงสันติภาพใด ๆ จะต้องมีเงื่อนไขในเรื่องนี้รวมอยู่ด้วย
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า เขาจะยังไม่ถือว่าสงครามสิ้นสุดลง จนกว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะจะถูกนำออกจากอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านจะต้องยุติการสนับสนุนกองกำลังที่เป็นพันธมิตรในภูมิภาค และจะต้องมีการกำจัดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน