อีไล เรโมโลนา ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas - BSP) เปิดเผยในวันนี้ (22 พ.ค.) ว่า BSP อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้าการประชุมที่กำหนดไว้ในวันที่ 18 มิ.ย.
เรโมโลนากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว One News ว่า การขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนเม.ย. ยังไม่เพียงพอ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญแรงกดดันด้านอุปทานที่รุนแรงและยืดเยื้อ
เขาระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ธนาคารกลางยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจัดประชุมนอกกำหนดเพื่อขึ้นดอกเบี้ย หรือจะรอการประชุมตามรอบปกติ
ก่อนหน้านี้ BSP ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.50% ในเดือนเม.ย. เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสร้างความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง
นอกจากนี้ BSP เคยจัดประชุมนอกกำหนดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งถือเป็นธนาคารกลางแห่งแรกในเอเชียที่ดำเนินการลักษณะนี้ โดยสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า เงินเปโซของฟิลิปปินส์อ่อนค่าลงราว 4.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และหลุดระดับ 60 เปโซต่อดอลลาร์แล้ว
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% แบบไม่คาดคิดเมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) เพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุด ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเข้าควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อให้รายได้อยู่ในประเทศและถือไว้ในรูปสกุลเงินรูเปียห์
ทั้งนี้ อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ถูกมองว่ามีความเปราะบางต่อความผันผวนจากตะวันออกกลางเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน และยังเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนไหลออก
เรโมโลนาย้ำว่า ไม่ว่าธนาคารกลางจะดำเนินมาตรการใด จะต้องสื่อสารให้เห็นว่ากำลังดำเนินนโยบายเชิงรุก เพื่อรับมือความเสี่ยงล่วงหน้าและควบคุมเงินเฟ้ออย่างจริงจัง