ธนาคารกลางเกาหลีใต้ เปิดเผยในวันนี้ (8 พ.ค.) ว่า เกาหลีใต้เกินดุลบัญชีเดินสะพัดรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. ทุบสถิติเดิมที่เพิ่งทำไว้เมื่อเดือนก.พ. โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่ต่างประเทศต้องการเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้มากขึ้น
รายงานระบุว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้อยู่ที่ 3.733 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นจาก 2.319 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.
เกาหลีใต้เกินดุลบัญชีเดินสะพัดทุกเดือนมาตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 นับว่าเกินดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 35 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เกินดุลติดต่อกันยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์
สำหรับในปี 2568 เกาหลีใต้มียอดเกินดุลรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2305 แสนล้านดอลลาร์ แซงหน้าสถิติเดิมที่ 1.051 แสนล้านดอลลาร์ซึ่งทำไว้ในปี 2558
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสถิติการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านแทบไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกและนำเข้าสินค้าในเดือนมี.ค. โดยผลกระทบจากสงครามจะปรากฏให้เห็นในเดือนเม.ย. แต่ยังไม่รุนแรงพอที่จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มโดยรวมได้
เขากล่าวว่า แนวโน้มการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปหลังเดือนเม.ย. พร้อมกับเสริมว่า อัตราการส่งออกชิป รวมถึงระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางในอนาคต
สำหรับในรายละเอียดนั้น ยอดเกินดุลการค้าสินค้าอยู่ที่ 3.507 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมูลค่าการส่งออกพุ่งขึ้น 56.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 9.432 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 17.4% แตะที่ 5.924 หมื่นล้านดอลลาร์
การส่งออกสินค้าไอทีทะยาน 111.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยการส่งออกชิปพุ่งขึ้น 149.8% และการส่งออกอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์พุ่งขึ้นถึง 167.5%
อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้ขาดดุลภาคบริการ 1.29 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. เนื่องจากมีการซื้อบริการทางธุรกิจจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
ด้านการท่องเที่ยวเกินดุล 140 ล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. นับว่าเกินดุลครั้งแรกในรอบกว่า 11 ปี หรือตั้งแต่เดือนพ.ย. 2557 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการจัดคอนเสิร์ตคัมแบคของวง BTS ที่กรุงโซลและเมืองโกยาง