เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) ได้เน้นย้ำคำเตือนในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) โดยกล่าวว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้น จะสร้างความหายนะให้กับเศรษฐกิจ โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ปธน.ทรัมป์ยังคงยืนกรานในแนวคิดดังกล่าวและเรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติมาตรการนี้
ไดมอนกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้ชาวอเมริกันกว่า 80% ถูกตัดขาดจากสินเชื่อ และสินเชื่อเหล่านี้เปรียบเสมือนเงินสำรองของพวกเขา
ขณะเดียวกัน ไดมอนเสนอแนะว่า "ผมคิดว่าเราควรลองทดสอบดู รัฐบาลสามารถทำได้ พวกเขาควรบังคับให้ธนาคารทุกแห่งในรัฐเวอร์มอนต์และแมสซาชูเซตส์ทำแบบนี้ แล้วรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
ทั้งนี้ แม้ว่าไดมอนไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงเลือกสองรัฐดังกล่าว แต่แนวคิดนี้ได้เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมประชุม เนื่องจากเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ และเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ต่างเป็นผู้สนับสนุนการออกกฎหมายเพื่อกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต
"คนที่จะโวยวายมากที่สุดไม่ใช่บริษัทบัตรเครดิต แต่จะเป็นบรรดาร้านอาหาร ร้านค้าปลีก บริษัทท่องเที่ยว โรงเรียน และเทศบาลเมือง เพราะประชาชนจะค้างจ่ายบิลค่าน้ำประปา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ" ไดมอนกล่าวเสริมปธน.ทรัมป์ได้กล่าวย้ำข้อเรียกร้องของตนในการปราศรัยอีกเวทีหนึ่งที่งาน WEF เมื่อวันพุธ โดยเขาระบุว่า "ผมกำลังขอให้สภาคองเกรสจำกัดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี" ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทรัมป์อยู่ภายใต้แรงกดดันให้เร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก่อนที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.นี้
ด้านหน่วยงานในอุตสาหกรรมธนาคารได้ออกมาคัดค้านมาตรการนี้อย่างรุนแรง โดยเตือนว่าจะจำกัดการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับผู้บริโภคทั่วไป อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายและมีโอกาสน้อยมากที่จะผ่านสภา เนื่องจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันในเรื่องนี้