ผลสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (2 ก.พ.) ระบุว่า ธนาคารพาณิชย์คาดว่า ความต้องการสินเชื่อธุรกิจในทุกประเภทจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ หลังเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง รวมถึงความต้องการใช้จ่ายและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
ผลสำรวจความเห็นเจ้าหน้าที่สินเชื่ออาวุโสรายไตรมาสของเฟดชี้ว่า ความต้องการสินเชื่อจากบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในไตรมาส 4 แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 ขณะที่ความต้องการสินเชื่อจากธุรกิจขนาดเล็กทรงตัว หลังจากปรับตัวลงต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาสก่อนหน้า
แม้ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงคุมเข้มมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจในไตรมาส 4 แต่โดยทั่วไปไม่คาดว่าจะมีการคุมเข้มเพิ่มเติมในปีนี้ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันที่เคยเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของสินเชื่อในช่วงปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแนวโน้มปล่อยสินเชื่อมากขึ้นให้กับบริษัทที่มีการใช้หรือพึ่งพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับสูง
ในทางกลับกัน ภาคครัวเรือนแสดงความต้องการสินเชื่อส่วนใหญ่ลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งมีความต้องการต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567
ธนาคารต่าง ๆ ยังประเมินว่า อัตราหนี้ค้างชำระและหนี้สูญมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงในกลุ่มผู้กู้สินเชื่อรถยนต์ ขณะที่คุณภาพสินเชื่อของบริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มทรงตัว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นไว้ในกรอบ 3.50%3.75% พร้อมส่งสัญญาณว่า ตลาดแรงงานที่เริ่มทรงตัว และอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าระดับเหมาะสม อาจทำให้เฟดยังไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ในระยะใกล้ โดยผู้กำหนดนโยบายได้รับทราบผลสำรวจเจ้าหน้าที่สินเชื่อดังกล่าวแล้วก่อนตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย