ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศออสเตรเลียเริ่มปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังรัฐบาลออกมาตรการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งออสเตรเลียระบุว่า ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 เม.ย.) ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศปรับลดลงกว่า 5% มาอยู่ที่ 2.40 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 54 บาท) ต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนก.พ. อย่างไรก็ตาม ราคานี้ยังคงสูงกว่าช่วงต้นเดือนมี.ค. อยู่ราวหนึ่งในสาม
ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลขยับขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1% มาอยู่ที่ 3.13 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 70 บาท) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2549 แต่ถือว่าราคาเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
ออสเตรเลียต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ประเทศมีความเสี่ยงต่อภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงานโลก นอกจากนี้ ปัญหาการแห่ซื้อกักตุน (Panic-buying) ยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้สถานีบริการน้ำมันบางแห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย
วิกฤตดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการหลายด้านเพื่อรับประกันปริมาณน้ำมันในระบบและสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของราคา ซึ่งรวมถึงการลดภาษีบางประเภทชั่วคราวเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพแก่ผู้ขับขี่ การระบายน้ำมันจากคลังสำรองแห่งชาติ และการขอความร่วมมือจากผู้ส่งออกในเอเชียเพื่อยืนยันว่าการนำเข้าน้ำมันจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
คริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า จนถึงขณะนี้ออสเตรเลียยังคงได้รับน้ำมันครบตามกำหนดการส่งมอบทุกงวด และบริษัทต่าง ๆ ได้ทำสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้าครอบคลุมไปจนถึงเดือนพ.ค. อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากประชาชนเร่งซื้อเพื่อป้องกันการขาดแคลน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทของประเทศ