ธนาคารกลางมาเลเซียเปิดเผยในวันนี้ (15 พ.ค.) ว่า เศรษฐกิจมาเลเซียในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง และการส่งออกที่ยังขยายตัว ทั้งนี้ อัตราการเติบโตดังกล่าวชะลอลงจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วที่ขยายตัว 6.3% เมื่อเทียบรายปี
ธนาคารกลางระบุว่า การใช้จ่ายภาคครัวเรือนในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง อัตราว่างงานต่ำ และมาตรการเชิงนโยบายที่มุ่งเป้า
ขณะเดียวกัน การลงทุนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากโครงการระยะยาวทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงอัตราการลงทุนที่ได้รับอนุมัติและเริ่มดำเนินการจริงในระดับสูง ตลอดจนการเดินหน้าแผนแม่บทระดับชาติ
ส่วนการส่งออกยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E&E) ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายไตรมาสแบบปรับค่าตามฤดูกาล เศรษฐกิจหดตัวเล็กน้อย 0.01% เทียบกับการเติบโต 1.4% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2568
อับดุล ราชิด กาฟฟูร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย กล่าวว่า เศรษฐกิจปีนี้ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดโตในกรอบ 45% โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่ทรงตัวและการส่งออกที่ยังขยายตัว
ผู้ว่าฯ ระบุว่า ในฐานะเศรษฐกิจขนาดเล็กและเปิดกว้าง มาเลเซียย่อมได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเสริมว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันเศรษฐกิจภายนอก
ธนาคารกลางระบุเพิ่มเติมว่า อุปสงค์ภายในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง จากตลาดแรงงานที่มั่นคง มาตรการสนับสนุนภาครัฐ และการลงทุนที่ต่อเนื่อง จะช่วยพยุงเศรษฐกิจจากแรงกดดันภายนอก
ทั้งนี้ แม้เผชิญความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การส่งออกยังมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม E&E ซึ่งสะท้อนบทบาทของมาเลเซียในห่วงโซ่อุปทานโลก