บริษัท อินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บริษัททำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.16 แสนล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2570 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2569 โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ส่วนกำไรสุทธิตามหลักบัญชีทั่วไป (GAAP) ในไตรมาสดังกล่าว ทะยานขึ้น 211% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 5.83 หมื่นล้านดอลลาร์
อัตรากำไรขั้นต้นที่คำนวณตามหลัก GAAP อยู่ที่ 74.9% และกำไรขั้นต้นที่ไม่ได้คำนวณตามหลัก GAAP อยู่ที่ 75.0% ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) ที่คำนวณตามหลัก GAAP อยู่ที่ 2.39 ดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นปรับลดที่ไม่ได้คำนวณตามหลัก GAAP อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์
อินวิเดียเปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กรอบการรายงานผลประกอบการแบบใหม่ที่สะท้อนถึงปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในปัจจุบันและอนาคตได้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทจะมีแพลตฟอร์มตลาดสองกลุ่ม ได้แก่ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการประมวลผลแบบเอดจ์ (Edge Computing) ซึ่งรายได้จากกลุ่ม Edge Computing ในไตรมาสแรกมีมูลค่ารวม 6.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบรายปี
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของอินวิเดียกล่าวว่า "การสร้างโรงงาน AI ซึ่งเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินั้น กำลังเร่งตัวขึ้นด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย"
นอกจากนี้ เขากล่าวว่า Agentic AI ได้มาถึงแล้ว ซึ่งกำลังช่วยงานด้านผลผลิต สร้างมูลค่าที่แท้จริง และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในหมู่บริษัทและอุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมกับกล่าวเสริมว่า อินวิเดียอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากเป็นพิเศษ ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านนี้
สำหรับแนวโน้มรายได้ของอินวิเดียในไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2570 นั้น บริษัทคาดว่าจะอยู่ 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์ บวกหรือลบไม่เกิน 2%