สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า ธุรกิจออสเตรเลียกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นและการหยุดชะงักของอุปทาน โดยธุรกิจ 72% รายงานเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้น
ทอม เลย์ หัวหน้าฝ่ายสถิติธุรกิจของ ABS กล่าวว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นและสภาวะทางธุรกิจชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่มีต่อภาคธุรกิจของออสเตรเลีย
"ธุรกิจต่าง ๆ ทั่วทุกอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากความผันผวนทั่วโลกและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน" เลย์กล่าว พร้อมเสริมว่า ธุรกิจ 1 ใน 6 แห่งรายงานว่า ซัพพลายเชนหยุดชะงักลง โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ เกษตรกรรม และธุรกิจขนาดเล็ก
แถลงการณ์ของ ABS เผยว่า ธุรกิจราว 36% มีรายได้ลดลงในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ 27% คาดการณ์ว่า รายได้จะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนหน้า
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ธุรกิจจำนวนครึ่งหนึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น
รายงานเผยด้วยว่า ในเดือนพ.ค. มีผู้ประกอบการราว 60% ที่ต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเนื่องจากอุปทานหรือต้นทุนพลังงาน โดยเกือบครึ่งหนึ่งเลือกที่จะแบกรับภาระต้นทุนดังกล่าวไว้เอง ขณะที่รายอื่น ๆ จำต้องใช้วิธีปรับขึ้นราคาสินค้า ชะลอการผลิต หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากราคาน้ำมันเพิ่มเติม
ข้อมูลทางสถิติดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่า มีธุรกิจราว 28% ที่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น และการปรับลดจำนวนพนักงานลง