โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) เปิดเผยว่า ยอดส่งออกรถยนต์จากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางในเดือนเม.ย. ทรุดหนักถึง 91.7% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 2,418 คัน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ยอดขายทั่วโลกของโตโยต้าลดลง 3.1% สู่ระดับ 849,306 คัน นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ขณะที่ยอดการผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.0% สู่ระดับ 831,971 คัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนดังกล่าว
สำหรับยอดขายในต่างประเทศลดลง 7.5% สู่ระดับ 699,382 คัน โดยยอดขายในสหรัฐฯ ลดลง 4.6% สู่ระดับ 222,378 คัน แม้ยังมีความต้องการรถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่งในอเมริกาเหนือ
ยอดขายในตะวันออกกลางลดลง 33.7% สู่ระดับ 31,360 คัน ขณะที่ยอดขายในจีนลดลง 25.4% สู่ระดับ 106,479 คัน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในญี่ปุ่นกลับเพิ่มขึ้น 24.2% สู่ระดับ 149,924 คัน โดยได้รับแรงหนุนจากผู้บริโภคที่ชะลอการซื้อไว้ก่อนหน้า เพื่อรอการยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมที่สิ้นสุดลงเมื่อปลายเดือนมี.ค.
ยอดการผลิตในต่างประเทศของโตโยต้าเพิ่มขึ้น 3.8% แตะ 567,578 คัน ทำสถิติสูงสุดประจำเดือนเช่นกัน โดยการผลิตในอินเดียพุ่งขึ้น 38.5% เป็น 33,770 คัน จากจำนวนวันทำงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ยอดผลิตในอเมริกาเหนือลดลง 3.3% สู่ระดับ 198,098 คัน ส่วนการผลิตภายในประเทศญี่ปุ่นลดลงเล็กน้อย 1.7% สู่ระดับ 264,393 คัน