บริษัทเทสลา (Tesla) กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องจากกลุ่มผู้บริโภคในจีน หลังเจ้าของรถยนต์ 10 รายยื่นฟ้องต่อศาลในกรุงปักกิ่ง โดยกล่าวหาว่า บริษัทโฆษณาเกินจริงและหลอกลวงผู้บริโภคเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving - FSD)
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานในวันนี้ (30 พ.ค.) ว่า การไต่สวนครั้งนี้นับเป็นการพิจารณาคดีครั้งแรกของคดีดังกล่าว ซึ่งถูกยื่นฟ้องโดยกลุ่มเจ้าของรถเทสลาในกรุงปักกิ่ง
รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรวมมากกว่า 3.95 ล้านหยวน (583,000 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยให้เหตุผลว่า ระบบ FSD ของเทสลาไม่สามารถทำงานได้ตามศักยภาพที่บริษัทสื่อสารผ่านการทำตลาด
ข้อพิพาทหลักของคดีอยู่ที่คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยผู้ฟ้องร้องระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในจีน และไม่สามารถทำงานบางฟังก์ชันได้ตามที่บริษัทโฆษณาไว้
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ฟ้องร้องยังกล่าวหาว่า เทสลาปกปิดข้อบกพร่องของฮาร์ดแวร์และข้อจำกัดบางประการของระบบ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถยนต์
อย่างไรก็ตาม เทสลาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดระหว่างการพิจารณาคดี โดยระบุว่าฟังก์ชันบางส่วนของระบบ FSD สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ขณะที่บางฟังก์ชันยังใช้งานได้เพียงบางส่วนหรือยังอยู่ระหว่างการพัฒนา