นิปปอน สตีล (Nippon Steel) ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของญี่ปุ่น เตรียมลงทุนสูงสุด 2.5 พันล้านดอลลาร์ที่โรงงานของยูเอส สตีล (U.S. Steel) ในรัฐเพนซิลเวเนียตลอดช่วง 3 ปีข้างหน้า
รายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ระบุว่า วงเงินลงทุนใหม่สำหรับโรงงานมอน แวลลีย์ เวิร์คส์ (Mon Valley Works) สูงกว่าคำมั่นเดิมที่นิปปอน สตีลเคยประกาศว่าจะลงทุนอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ ก่อนเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตเหล็กสหรัฐฯ ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ และเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดเมื่อปีที่แล้ว
รายงานระบุว่า เงินลงทุนทั้งหมดในกิจการบริเวณพื้นที่นครพิตต์สเบิร์กจะอยู่ที่ 2-2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงโรงงานเอดการ์ ทอมสัน (Edgar Thomson) ในเมืองแบรดด็อก รวมถึงก่อสร้างสายการผลิตใหม่เพื่อทดแทนโรงรีดเหล็กร้อนเก่าที่โรงงานเออวินส์ (Irvin) ซึ่งมีกำหนดปลดระวางการใช้งาน
ยูเอส สตีล ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโรงงานมอน แวลลีย์ เวิร์คส์ ในการผลิตเหล็กสำหรับตลาดมูลค่าสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เคยคัดค้านแผนเข้าซื้อกิจการยูเอส สตีล ของนิปปอน สตีล โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม หลังกลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนม.ค. 2568 ทรัมป์ได้เปลี่ยนจุดยืนและอนุมัติข้อตกลงดังกล่าว
ทรัมป์อนุมัติการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว หลังนิปปอน สตีลให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการลงทุนในยูเอส สตีลอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมออกหุ้นสิทธิพิเศษ หรือ "โกลเดนแชร์" ให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งให้อำนาจยับยั้งการตัดสินใจสำคัญด้านการบริหารของบริษัท
ทั้งนี้ นิปปอน สตีล ดำเนินการเข้าซื้อกิจการยูเอส สตีลแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย. 2568