World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 18 กันยายน 2562

ข่าวเศรษฐกิจ 18 กันยายน พ.ศ. 2562 09:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มเกือบ 100% ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เช่นกันในการประชุมรอบที่แล้วในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551 อย่างไรก็ดี ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสเหลือเพียง 65.8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. ขณะที่มีโอกาส 34.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.00-2.25%

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์โจมตีโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย หลังจากรัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบียได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การผลิตน้ำมันจะฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานว่า ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากร่วงลง 0.4% ในเดือนก.ค.

การปรับตัวขึ้นของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนจากการผลิตเครื่องจักร และโลหะ

ทั้งนี้ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวม เป็นการวัดการปรับตัวของภาคโรงงาน, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค

การผลิตของภาคโรงงานลดลง 0.4% ในเดือนส.ค. ส่วนภาคเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่ภาคสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้น 0.6%

ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 75.7% จากระดับ 75.4% ในเดือนก.ค.

-- เฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านการวางแผนที่อยู่อาศัยและพลเมือง เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ดังเห็นได้จากจำนวนผู้สมัครเข้าโครงการพำนักระยะยาวในไทย (Thailand Elite Residence Program) ที่พุ่งสูงขึ้น

โดยในขณะที่สองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกห่ำหั่นกันในการบังคับใช้มาตรการภาษีการค้าระหว่างกัน จนส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นทั่วโลก แต่สำหรับประเทศไทย กลับกลายเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยไม่ตั้งใจจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

Dominic Volek หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทเฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส เปิดเผยว่า ชาวเอเชียที่สมัครเข้าร่วมโครงการ Thailand Elite Residence Program เพิ่มขึ้น 50% ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคมและสิงหาคม) เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดสมัครจากฮ่องกงเพิ่มขึ้นสามเท่าในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับช่วงเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงกรกฎาคม 2562 รวมกัน

"เมื่อพิจารณาจากความสนใจของชาวจีนที่มีต่ออสังหาริมทรัพย์หรูหรา สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีความน่าดึงดูดมากขึ้นจึงมาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยปัจจุบันจีนเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมเงินทุนไหลออก ขณะที่ชาวจีนเองก็เริ่มหันไปหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีช่วงระดับราคาต่ำลง ซึ่งประเทศไทยมีข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ โดยคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงไฮเอนด์ในประเทศไทยมีช่วงราคาอยู่ที่ 40,000 - 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นราคาที่จ่ายได้เมื่อเทียบกับการซื้ออสังหาฯ ในออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร หรือสหรัฐอเมริกา" Volek กล่าวเสริม

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐและจีนอาจบรรลุข้อตกลงทางการค้าในไม่ช้า

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า จีนกำลังซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐจำนวนมาก และการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจมีขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.ปีหน้า หรือ 1 วันหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

ทางด้านสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐประกาศว่า สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาการค้าในระดับรัฐมนตรีช่วยในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากที่ทั้งสองประเทศยุติการทำสงครามการค้าระหว่างกัน

การเจรจาครั้งนี้จะเกิดขึ้นก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนต.ค.

-- เกาหลีใต้ได้ทำการเพิกถอนสถานะคู่ค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษของญี่ปุ่นซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ โดยระบุถึงความไม่พอใจกับมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าของญี่ปุ่น

กระทรวงการค้า, อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า ญี่ปุ่นจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่เผชิญกับข้อจำกัดบางประการเมื่อนำเข้าวัสดุด้านกลยุทธ์จากเกาหลีใต้

กระทรวงระบุว่า ผลสำรวจความเห็นสาธารณะที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 14 ส.ค.-3 ก.ย.บ่งชี้ว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 91% พบว่า การเพิกถอนสิทธิดังกล่าวเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

"รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นว่า บริษัทของเกาหลีใต้จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากการเพิกถอน" ขณะที่ยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางประสบปัญหา"

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ถอดเกาหลีใต้ออกจากรายชื่อหุ้นส่วนการค้าที่เชื่อถือได้ซึ่งมีข้อจำกัดทางการค้าขั้นต่ำเกี่ยวกับสินค้า อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถถูกนำไปใช้ทางด้านการทหาร

-- เจ้าชายอับดูลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากที่โรงงานน้ำมันของบริษัทซาอุดี อารามโคในเขต Abqaiq ถูกโจมตีด้วยโดรนจนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การผลิตน้ำมันลดลง 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

เจ้าชายบิน ซัลมานกล่าวว่า ซาอุดี อารามโคสามารถฟื้นการผลิตน้ำมันราว 50% จากที่ขาดหายไปหลังการโจมตี และเสริมว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตจะแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรล/วัน ภายในสิ้นเดือนนี้ และแตะ 12 ล้านบาร์เรล/วันภายในสิ้นเดือนพ.ย.

ขณะเดียวกัน นายยัสเซอร์ อัล-รูเมย์ยาน ประธานบริษัทซาอุดี อารามโค กล่าวว่า ทางบริษัทจะยังคงเดินหน้าในการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของซาอุดี อารามโค โดยบริษัทจะมีความพร้อมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ ซาอุดี อารามโคจะนำหุ้น 1% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในประเทศก่อนสิ้นปีนี้ และอีก 1% ในปีหน้า ก่อนการนำหุ้น 5% ของบริษัทออกเสนอขาย โดยคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้มากถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของโลก

-- รัฐสภายุโรปให้การอนุมัติการเสนอชื่อนางคริสติน ลาการ์ด อดีตผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) แทนนายมาริโอ ดรากี ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนต.ค.

ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภายุโรปให้การรับรองนางลาการ์ดด้วยคะแนนเสียง 394 เสียง ขณะที่ไม่รับรอง 206 เสียง และไม่ออกเสียง 49 เสียง

นางลาการ์ดจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน ECB ในวันที่ 1 พ.ย. โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี

ที่ผ่านมา นางลาการ์ดให้การสนับสนุนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของนายดรากีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน แม้มีเสียงคัดค้านจากเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยูโรโซน

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดการเปิดเผยวันนี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.ของอังกฤษ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนส.ค.ของสหรัฐ รวมถึงสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) และการแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 19 ก.ย. ตามเวลาไทย

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ออสเตรเลียจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนส.ค. ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะจัดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ด้านอังกฤษเตรียมเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนส.ค. และจัดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และสหรัฐเตรียมเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนก.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2562, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ค. รวมถึงดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนส.ค.จาก Conference Board


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ