Spotlight: ผู้เชี่ยวชาญหวั่นกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงใช้มหาวิทยาลัยเป็นสมรภูมิรบโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข่าวเศรษฐกิจ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 15:12 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กลุ่มผู้ประท้วงสวมหน้ากากสีดำที่ยึดสะพานหมายเลข 2 ซึ่งเป็นทางเข้ามหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (CUHK) ทางฝั่งตะวันออก ได้จ้องมองลงไปยังผู้ที่สัญจรไปมาอยู่ข้างล่าง ขณะที่ฉากหลังของพวกเขาเป็นหมอกควันดำหนาทึบที่พวยพุ่งออกมาจากรถเข็นที่ถูกเผาซึ่งเต็มไปด้วยเศษวัสดุต่างๆ

กลุ่มผู้ประท้วงได้กางร่มเป็นเกราะป้องกันตัวเอง โดยตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและขว้างปาของแข็งใส่รถของตำรวจที่ขับผ่านมาเป็นครั้งคราว

เครือข่ายการขนส่งที่มีเส้นทางเชื่อต่อไปยังมหาวิทยาลัย CUHK ได้กลายเป็นอัมพาตเมื่อวานนี้ เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงได้ปิดกั้นถนนสายต่างๆที่ไปยังมหาวิทยาลัยด้วยการใช้กิ่งไม้และขยะ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังสร้างที่กั้นในหลายๆทางเข้า และผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ถูกสอบสวนโดยกลุ่มชายสวมหน้ากากในชุดดำ

เส้นทางรถไฟสายตะวันออกซึ่งมีมหาวิทยา CUHK เป็นหนึ่งในสถานีนั้น ได้ยุติการให้บริการทั้งหมด และทางหลวงใกล้กับมหาวิทยาลัยได้ถูกปิดเช่นกัน สำหรับสถานีรถไฟใต้ดินของมหาวิทยาลัยก็ยังคงปิดทำการ เนื่องจากถูกบุกทำลายและได้รับความเสียหายจากการจุดไฟเผา เช่นเดียวกับร้านค้าสองแห่งในบริเวณใกล้เคียงก็ยังคงปิดทำการ ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังก้องไปทั่วสถานีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของ CUHK ซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า เหตุการณ์ในมหาวิทยาลัยปั่นป่วนมากจนเขาคงจะไม่สามารถไปทำงานได้ในอีกไม่กี่วันนี้ เขากล่าวว่า "ผมไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พวกเขาทำ พวกเขาโจมตีตำรวจและทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่บ้าคลั่ง"

สตรีรายหนึ่งเดินทางมาจากแคนาดาเพื่อเยี่ยมญาติซึ่งติดค้างอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน CUHK พร้อมกับสามีของเธอเป็นเวลาหลายวัน โดยเธอกล่าวว่า "ดิฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทางมหาวิทยาลัย"

สองสามีภรรยาซึ่งตั้งรกรากอยู่ในแคนาดาเมื่อหลายปีก่อนและได้เดินทางมายัง CUHK บ่อยครั้งเพื่อเยี่ยมชมทัศนียภาพที่สวยงามกล่าวว่า พวกเขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการทำลายทรัพย์สินในฮ่องกง และผู้คนที่ถูกทุบตีเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ผู้ก่อจลาจลที่สวมหน้ากากเริ่มก่อความหายนะที่มหาวิทยาลัย CUHK ในย่านชาติน เขตนิวเทอร์ริทอรีส์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยพวกเขาได้เข้ายึดและยังคงโยนสิ่งของลงจากสะพานหมายเลข 2 ซึ่งอยู่เหนือถนนโตโล ไฮเวย์ ซึ่งเป็นทางด่วนที่โดยปกติแล้วรถยนต์จะแล่นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถูกสั่งให้เข้าประจำการเพื่อปกป้องสะพานดังกล่าว

นับตั้งแต่ช่วงบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุจลาจลได้โจมตีตำรวจอีกครั้งและเพิ่มความรุนแรงโดยการขว้างระเบิดน้ำมัน, ก้อนอิฐ และวัตถุแข็งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกเหนือจากการสร้างสิ่งกีดขวางในมหาวิทยาลัย พวกเขายังเทของเหลวไวไฟลงบนรถยนต์และจุดไฟเผา

ผู้ก่อจลาจลยังได้ทำการยิงธนูไฟและพลุสัญญาณ และมีการใช้อาวุธที่ร้ายแรง เช่นเลื่อยไฟฟ้า, ธนูและลูกธนูเพื่อจู่โจมเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งไล่ตามผู้ก่อจลาจลได้ถูกสกัดเอาไว้ที่ประตูของมหาวิทยาลัยโดยกลุ่มคนที่อ้างว่ามหาวิทยาลัยเป็น "สถานที่ส่วนตัว" แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า สถาบันการศึกษาไม่ได้ถูกพิจารณาว่าเป็น "สถานที่ส่วนตัว" ภายใต้กฎหมายคำสั่งสาธารณะ และเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในมหาวิทยาลัยและทำการจับกุมผู้กระทำผิดโดยไม่มีหมายศาลได้

เมื่อพิจารณาถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย และเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ถอนกำลังกลับไปในช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ CUHK เป็นหลักฐานล่าสุดที่บ่งชี้ว่า บรรดามหาวิทยาลัยในฮ่องกงมีส่วนร่วมมากขึ้นในเหตุการณ์ความไม่สงบทางสังคมที่ยืดเยื้อ

ตำรวจฮ่องกงระบุว่า กว่า 60% ของประชาชน 287 คนที่ถูกจับในข้อหากระทำการรุนแรงนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมานั้นเป็นนักศึกษา ขณะที่นายกง หวิง-เฉิง ผู้กำกับการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมตำรวจกล่าวเมื่อวันอังคารว่า "เราตกใจมากกับแนวโน้มที่นักศึกษาจำนวนมากขึ้นมีส่วนร่วมในการจลาจลเหล่านี้"

นายหว่อง กัม-เฟย ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมของ CUHK ซึ่งมีประสบการณ์การสอนเป็นเวลา 27 ปีกล่าวว่า เขานอนไม่หลับเมื่อคืนวันอังคาร และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย

สิ่งที่ทำให้เขากังวลมากที่สุดคือมหาวิทยาลัยอาจถูกใช้โดยผู้ก่อจลาจลที่ตั้งใจจะก่อความรุนแรง และการทำร้ายร่างกาย

"พวกเขายึดครองมหาวิทยาลัยได้อย่างง่ายดายเพื่อใช้เป็นที่หลบภัย และอาจจะยังคงทำเช่นนี้ต่อไปในอนาคต โดยใช้นักศึกษาที่ยากจนของเราเป็นโล่มนุษย์" นายหว่องกล่าว

เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกในมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายอย่างหนักและระบบขนส่งสาธารณะก็หยุดชะงักท่ามกลางเหตุการณ์รุนแรงที่เพิ่มขึ้น ทาง CUHK จึงได้ตัดสินใจเมื่อวานนี้ที่จะปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2562-2563 ทันที โดยทุกชั้นเรียนที่ดำเนินการในมหาวิทยาลัยได้ถูกเลื่อนออกไปจนถึงการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 6 ม.ค. 2563

ความหวาดกลัวที่เกิดจากความรุนแรงและสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายมากขึ้นนั้น ทำให้นักศึกษาชาวจีนแผ่นดินใหญ่และนักศึกษาต่างชาติบางคนเริ่มหนีออกจาก CUHK

ขณะเดียวกันมีนักศึกษาไทยหลายคนได้ย้ายออกจาก CUHK เมื่อเช้าวันพุธ โดยนักศึกษาไทยรายหนึ่งเปิดเผยว่า "เราจะพักอยู่ในโรงแรมสัก 2-3 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไร"

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมหาวิทยาลัย CUHK ได้สร้างความเสียใจให้กับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจำนวนมากจากสถาบันแห่งนี้ โดยสตรีคนหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า เจสสิก้า กล่าวว่า "ดิฉันสำเร็จการศึกษาไปเมื่อปีที่แล้ว ไม่อย่างนั้น ดิฉันก็ไม่กล้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง"

ทางด้านตำรวจฮ่องกงเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า พวกเขาเชื่อว่า มหาวิทยาลัย CUHK ได้ถูกผู้ก่อจลาจลใช้เป็น "โรงงานผลิตอาวุธ" ที่ผลิตระเบิดน้ำมันหลายร้อยลูกซึ่งถูกโยนในระหว่างการก่อจลาจล

"สิ่งที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัย CUHK เป็นช่วงเวลาที่ดำมืดสำหรับฮ่องกง มหาวิทยาลัยควรจะเป็นแหล่งผลิตผู้นำในอนาคต แต่มันกลับกลายเป็นสนามรบสำหรับอาชญากรและผู้ก่อจลาจล" นายสือ ชุน-ฉัง ผู้บัญชาการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจเขตเชชุน-ชุง เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ