World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday February 26, 2020 09:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ โดยทั้งดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ดิ่งลงมากกว่า 3% หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมกับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่อาจแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการแพร่ระบาด ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่าขณะนี้ไวรัสโควิด-19 กำลังลุกลามไปยังหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงสวิตเซอร์แลนด์

-- ดร.แนนซี เมสซันเนียร์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิคุ้มกันและโรคทางเดินหายใจแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในสหรัฐ โดยกล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐอาจจะอยู่ในขั้นร้ายแรง

"จนถึงขณะนี้เราไม่ควรตั้งคำถามแล้วว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ควรตั้งคำถามว่า จะเกิดขึ้นเมื่อใด และจะมีประชาชนในประเทศนี้ล้มป่วยลงมากเท่าใด"

"เราขอเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะถึงขั้นร้ายแรง แม้ขณะนี้ความเสี่ยงในสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำก็ตาม" ดร.เมสซันเนียร์กล่าว

ข้อมูลของ CDC ณ วันอังคารที่ 25 ก.พ.ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 57 ราย โดยในจำนวนนี้มี 4 รายที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อจากเรือสำราญไดมอนด์ พรินเซส

-- รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นรายแรกในประเทศ ส่งผลให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ 9 ในยุโรปที่มีรายงานการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวอาศัยอยู่ที่เมืองทิซิโน ทางใต้ของประเทศ ซึ่งมีชายแดนติดกับอิตาลี และเขาเพิ่งไปงานอีเวนท์แห่งหนึ่งในเมืองมิลานของอิตาลีเมื่อ 10 วันก่อน

คาดว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวของสวิตเซอร์แลนด์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากอิตาลี ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อจำนวนเกือบ 300 ราย ขณะที่เสียชีวิต 7 ราย

-- ทางการเกาหลีใต้รายงานในเช้าวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่มอีก 169 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,146 ราย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 11 ราย

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ยังคงใช้ระดับการเตือนภัย "สีแดง" ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการเตือนภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในเมืองแทกูซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของเกาหลี และเมืองชองโดซึ่งอยู่ใกล้กัน

ขณะที่บางประเทศได้เริ่มห้ามไม่ให้ชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้าประเทศของตนแล้ว หลังเกาหลีใต้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก

-- สำนักข่าว ILNA ของอิหร่านรายงานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า อิหร่านมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 95 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 16 ราย

ทั้งนี้ อิหร่านเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกเหนือจากจีน

-- องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเตือนให้ประเทศต่างๆทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ

อย่างไรก็ดี นายคริสเตียน ลินด์เมเออร์ โฆษก WHO ยืนยันว่า WHO ยังไม่มีแผนที่จะทำการ"ประกาศครั้งใหญ่"ในเร็วๆนี้

คำกล่าวของโฆษก WHO สอดคล้องกับนายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ที่ได้กล่าวว่า ขณะนี้เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดลุกลามไปทั่วโลก แต่ประเทศต่างๆจะต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่ไวรัสได้ลุกลามไปยังประเทศต่างๆเกือบ 30 ประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

-- สหรัฐเตรียมทำการทดลอง remdesivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัท Gilead Sciences Inc ผู้ผลิตยาต้านเอดส์รายใหญ่ของโลก

ทั้งนี้ ศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยเนบราสกาจะเป็นผู้ทดสอบยา remdesivir ร่วมกับสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ โดยจะทดลองยา remdesivir ในสถานที่ 50 แห่งทั่วโลก

นายแพทย์บรู๊ซ เอลเวิร์ด ซึ่งเป็นแพทย์ประจำองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า remdesivir เป็นยาตัวเดียวในขณะนี้ที่มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เคยมีการทดสอบกับผู้ป่วย 2 รายในเมืองอู่ฮั่นของจีน

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ยา remdesivir ในการรักษาผุ้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกในสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นในวันรุ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน remdesivir ยังเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการต้านโคโรนาไวรัสที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรค SARS และ MERS

-- เจ้าหน้าที่จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการรับมือฉุกเฉินต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 หลังจากจีนได้ใช้ความพยายามเพื่อบรรเทาความเสียหายของประเทศที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

สื่อของทางการจีนรายงานว่า มณฑล 6 มณฑล จาก 31 มณฑล เขตปกครองตนเอง และเทศบาลจีน ได้ปรับลดระดับการเตือนภัยด้านสาธารณสุขของประชาชนต่อโควิด-19 หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน ได้กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่นับหมื่นรายกลับมาดำเนินการผลิตในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางถึงต่ำอย่างรวดเร็วและเต็มรูปแบบ

นายสีระบุว่า ผลกระทบของโรคเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและสามารถควบคุมได้ พร้อมเน้นย้ำว่า มาตการป้องกันและควบคุมควรจะยังมีอยู่เพียงในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

-- เจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รมว.พลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศพันธมิตรยังคงทำงานร่วมกัน และยังคงมีทางเลือกในการสร้างความสมดุลในตลาดน้ำมันโลก

"เรามีการสื่อสารระหว่างกัน และเราใช้ทุกโอกาสในการพูดคุยกัน" เจ้าชายอับดูลาซิสกล่าว หลังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า โอเปกและพันมิตรมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน

ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า โอเปกและพันธมิตรจะไม่จัดการประชุมฉุกเฉินก่อนการประชุมตามปกติในเดือนหน้า

ชีคโมฮัมหมัด บิน คาลิฟา อัล คาลิฟา รมว.น้ำมันของบาห์เรน กล่าวว่า โอเปกและพันธมิตรจะพิจารณาการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 600,000 บาร์เรล/วัน ในการประชุมตามกำหนดเดิมในวันที่ 5-6 มี.ค.ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

-- ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย.

ดัชนีราคาบ้านที่เพิ่มขึ้นได้รับแรงหนุนจากการขาดแคลนสต็อกบ้านในตลาด, อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองในระดับต่ำ ขณะที่อุปสงค์อยู่ในระดับสูง

ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนพ.ย.

ราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในเมืองฟีนิกซ์, ชาร์ลอตต์ และแทมปา ขณะที่เพิ่มขึ้นต่ำสุดในชิคาโกและนิวยอร์ก

-- ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 130.7 ในเดือนก.พ. จากระดับ 130.4 ในเดือนม.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 132.6

ดัชนีความเชื่อมั่นถูกกดดันจากการที่ผู้บริโภคสหรัฐลดความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และตลาดแรงงาน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน

-- สหรัฐเตรียมเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้เตรียมจัดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ขณะที่อียูจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.พ. ด้านสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค. รวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนม.ค.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ