Spotlight: นักวิเคราะห์คาดเฟดเดินหน้าตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% หวังฟื้นเศรษฐกิจจากพิษโควิด

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday June 4, 2020 11:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะเปิดเผยแนวทางมากขึ้นในการประชุมนโยบายในสัปดาห์หน้า เพื่อส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ใกล้ระดับ 0% ต่อไปอีก 2-3 ปี เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19

เจย์ เอช. ไบรสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเวลส์ ฟาร์โก ซีเคียวริตีส์ ระบุในรายงานว่า "สิ่งหนึ่งที่เราควรพิจารณาในการประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดได้แก่รายงานสรุปคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ (SEP)"

"เราคาดว่ารายงานสรุปคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวอาจเป็นการบ่งชี้แนวทางล่วงหน้า ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้กำหนดนโยบายเฟดใช้มาก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นกลไกขั้นต้นที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย" เขากล่าว

ตามปกติแล้ว เฟดจะเปิดเผย SEP รายไตรมาสจำนวน 4 ครั้งต่อปี ซึ่งจะบ่งชี้ถึงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟดเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ, การว่างงาน และอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น แต่เฟดไม่ได้เปิดเผย SEP ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เจ้าหน้าที่เฟดไม่สามารถคาดการณ์เศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือได้

นายไบรสันกล่าวว่า ในการประชุมวันอังคารและพุธหน้า (9-10 มิ.ย.) นั้น คาดว่าเฟดจะเปิดเผยรายงาน SEP เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2562

นายไบรสันกล่าวว่า "แทนที่เฟดจะให้คำแนะนำแนวทางล่วงหน้าที่ชัดเจน กรรมการเฟดอาจจะส่งสัญญาณว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นไปจนถึงอย่างน้อยที่สุดในปี 2565"

โรเบอร์โต เพอร์ลิ อดีตพนักงานเฟด และปัจจุบันเป็นหัวหน้าศูนย์วิจัยนโยบายโลกที่บริษัท Cornerstone Macro คาดว่า รายงาน SEP จะบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดไม่ต้องการที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนปี 2565

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงใกล้ระดับ 0% ในการประชุมนอกรอบ 2 ครั้งในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และได้เริ่มซื้อพันธบัตรสหรัฐและตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) เพื่อช่วยฟื้นฟูตลาดการเงิน

นอกจากนี้ เฟดยังเปิดตัวโครงการเงินกู้ใหม่วงเงิน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ