ญี่ปุ่นเริ่มระบายน้ำมันจากคลังสำรองของประเทศแล้ววันนี้ (16 มี.ค.) เพื่อคลายกังวลด้านอุปทานพลังงาน และพยุงเสถียรภาพการกระจายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่กดดันตลาดพลังงานโลกหนักขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การระบายน้ำมันสำรองครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นนับตั้งแต่วิกฤตรัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 โดยระยะแรก ญี่ปุ่นจะดึงน้ำมันสำรองของภาคเอกชนออกมาใช้ในปริมาณเทียบเท่าความต้องการใช้ 15 วัน และจะตามด้วยน้ำมันสำรองของรัฐบาลสำหรับ 1 เดือน
การดำเนินการดังกล่าวของญี่ปุ่นเกิดขึ้นก่อนการระบายน้ำมันสำรองร่วมกันของ 32 ประเทศสมาชิกทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ซึ่งญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสมาชิก
ภายใต้การดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจะปรับลดข้อกำหนดการสำรองน้ำมันขั้นต่ำสำหรับโรงกลั่นและบริษัทค้าน้ำมัน จากเดิม 70 วัน เหลือ 55 วัน ตามกฎหมายสำรองน้ำมันของประเทศ เพื่อเปิดทางให้นำสต็อกที่มีอยู่ออกมาใช้ได้
ก่อนหน้านี้ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ว่า รัฐบาลมีแผนระบายน้ำมันราว 80 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นปริมาณมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นการใช้ภายในประเทศ 45 วัน และมากกว่าปริมาณที่เคยระบายหลังเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในปี 2554 ถึง 1.8 เท่า
ขณะนี้ ญี่ปุ่นอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อนำน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐออกจำหน่ายให้กับผู้ค้าส่ง
ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 ระบุว่า ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองรวมประมาณ 470 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 254 วันของการบริโภคภายในประเทศ แบ่งเป็นน้ำมันสำรองของรัฐบาล 146 วัน ของภาคเอกชน 101 วัน และส่วนที่เหลือเป็นน้ำมันที่ประเทศผู้ผลิตนำมาฝากเก็บไว้ร่วมกัน
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ทำให้มีความเปราะบางสูงต่อภาวะชะงักงันของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขัดขวางการลำเลียงน้ำมันและก๊าซจากผู้ส่งออกในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นปัจจัยให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุเมื่อวันที่ 28 ก.พ.