ผู้ค้าน้ำมันในอินเดียประกาศปรับขึ้นราคาเบนซินและดีเซลอีกราว 0.9 รูปีต่อลิตรในวันนี้ (19 พ.ค.) ซึ่งนับเป็นการขยับราคาครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ เพื่อชดเชยภาวะขาดทุนหลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มผู้ค้าปลีกในกรุงนิวเดลีเปิดเผยข้อมูลว่า การปรับขึ้นราคาครั้งล่าสุดนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินขยับขึ้นจาก 97.77 รูปี เป็น 98.64 รูปีต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลขยับจาก 90.67 รูปี เป็น 91.58 รูปีต่อลิตร โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเพิ่งมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 3 รูปีต่อลิตรเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) ซึ่งถือเป็นการขึ้นราคาครั้งแรกในรอบ 4 ปีของอินเดีย
ปัจจัยสำคัญที่บีบให้อินเดียต้องปรับราคาขายปลีกในประเทศมาจากราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย โดยวิกฤตราคาครั้งนี้เป็นผลพวงจากการหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
ทั้งนี้ อินเดียในฐานะประเทศผู้นำเข้าและบริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่รายท้าย ๆ ที่ตัดสินใจปรับขึ้นราคาขายปลีกเชื้อเพลิง
สำหรับตลาดน้ำมันในอินเดียมีกลุ่มรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ อินเดียน ออยล์ คอร์ป (Indian Oil Corp), ฮินดูสถาน ปิโตรเลียม คอร์ป (Hindustan Petroleum Corp) และภารัต ปิโตรเลียม คอร์ป (Bharat Petroleum Corp) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 90% จากสถานีบริการน้ำมันกว่า 103,000 แห่งทั่วประเทศ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้มักกำหนดราคาน้ำมันให้สอดคล้องกัน