นีล แชปแมน รองประธานอาวุโสของบริษัท เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil) เตือนว่า คลังสำรองน้ำมันจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง
แชปแมนกล่าวในการประชุมซึ่งจัดโดยเบิร์นสไตน์ (Bernstein) ในนิวยอร์กเมื่อวานนี้ว่า คลังสำรองน้ำมันกำลังขยับเข้าใกล้ระดับต่ำสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยอาจจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า และเมื่อถึงจุดนั้นแล้ว ราคาน้ำมันก็จะพุ่งขึ้น
ทั้งนี้ แชปแมนคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 150-160 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อคลังสำรองน้ำมันแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า การที่อิหร่านปิดช่องแคบส่งผลให้ตลาดสูญเสียน้ำมันไปแล้วมากกว่า 1 พันล้านบาร์เรลนับจนถึงขณะนี้ ซึ่งถือเป็นภาวะอุปทานชะงักงันครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่แชปแมนกล่าวในเรื่องนี้ว่า แม้ว่าการนำน้ำมันจากคลังสำรองออกมาจะช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้ในขณะนี้ แต่สถานการณ์ไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ตลอดไป
ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา IEA เตือนว่า คลังสำรองน้ำมันกำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากบรรดาสมาชิกของ IEA ได้ตกลงกันเมื่อเดือนมี.ค.ว่าจะระบายน้ำมันดิบสำรองจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดผลกระทบจากภาวะอุปทานหยุดชะงัก
ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการ IEA กล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 ที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์กำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้น พร้อมแสดงความกังวลว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจผลักดันให้ราคาอาหารและตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ IEA ยังระบุว่า ราคาปุ๋ยและน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นนั้นเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลท่องเที่ยวและฤดูกาลเพาะปลูก
สถานการณ์นี้ "อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาอาหาร และเมื่อบวกกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ก็อาจกลายเป็นแรงผลักดันตัวเลขเงินเฟ้ออย่างมาก" บิโรลกล่าว