สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า รวมทั้งความกังวลที่ว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางอาจผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะลดโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 56 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 5,078.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.5% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์
ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่วนการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 6 ในวันพฤหัสบดี นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และทำให้อิหร่านออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงการยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ในบริเวณตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย และเตือนว่าเรือรบและเรือพาณิชย์ของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศในยุโรป รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นเรือเหล่านี้จะถูกโจมตี
วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมัน WTI ทะยานขึ้นกว่า 8% ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ทรงตัวที่ระดับ 213,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนก.พ.