สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (16 ม.ค.) หลังนักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อคืนสถานะขายชอร์ตก่อนช่วงวันหยุดยาว 3 วัน โดยตลาดจะปิดทำการในวันจันทร์ (19 ม.ค.) เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 25 เซนต์ หรือ 0.42% ปิดที่ 59.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ หรือ 0.58% ปิดที่ 64.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันส่วนใหญ่ในวันศุกร์น่าจะมาจากการเข้าซื้อเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ตลาดในช่วงวันหยุดยาว
กองทัพเรือสหรัฐฯ คาดว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น จะเดินทางถึงอ่าวเปอร์เซียในสัปดาห์หน้า หลังจากปฏิบัติการอยู่ในทะเลจีนใต้
อีกปัจจัยที่ช่วยลดความกังวลคือความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันจากเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้น โดยนักวิเคราะห์ของ Price Futures Group ระบุว่า อุปทานจากเวเนซุเอลายังไม่ได้หลั่งไหลออกสู่ตลาดในระดับสูงอย่างที่คาดไว้ พร้อมเสริมว่า การเข้าซื้อในวันศุกร์สะท้อนว่า นักลงทุนไม่ต้องการเสี่ยงถือสถานะขายในช่วงวันหยุดยาว
ราคาน้ำมันทั้ง WTI และเบรนท์แตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนในสัปดาห์นี้ หลังการประท้วงปะทุขึ้นในอิหร่าน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันร่วงลงมากกว่า 4% ในวันพฤหัสบดี หลังทรัมป์ระบุว่าการปราบปรามผู้ประท้วงของอิหร่านเริ่มผ่อนคลายลง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการทางทหารที่อาจกระทบต่ออุปทานน้ำมัน
นักวิเคราะห์ของ Commerzbank ระบุในบันทึกว่า ความกังวลสำคัญคือความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ตึงเครียดทวีความรุนแรง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลราว 1 ใน 4 ของปริมาณทั่วโลก พร้อมเสริมว่า หากมีสัญญาณของการผ่อนคลายอย่างยั่งยืน ประเด็นเวเนซุเอลามีแนวโน้มกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง โดยน้ำมันที่เคยถูกคว่ำบาตรหรือถูกจำกัดการส่งออกอาจค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ตลาดโลก
นักวิเคราะห์คาดว่า อุปทานน้ำมันจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งอาจจำกัดกรอบการปรับขึ้นของราคาจากปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยนักวิเคราะห์ของ Phillip Nova ระบุว่า แม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการคาดการณ์เศรษฐกิจมหภาคจะยังมีอยู่ต่อเนื่อง แต่สมดุลอุปทานโดยรวมยังอยู่ในระดับที่เหลือเฟือ และหากไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของอุปสงค์จากจีน หรือการติดขัดในการส่งมอบน้ำมันจริง ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์น่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 57-67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล