ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในการซื้อขายตลาดเอเชียวันนี้ (7 พ.ค.) หลังจากร่วงลงอย่างหนักมากกว่า 7% เมื่อวานนี้ โดยนักลงทุนยังคงติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงประเมินข้อมูลสต็อกน้ำมันล่าสุดของสหรัฐฯ
ณ เวลา 09.23 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้น 0.59% สู่ระดับ 101.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 0.62% แตะระดับ 95.67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันทั้ง 2 ประเภทดิ่งลงมากกว่า 7% หลังมีรายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงที่อาจช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเปิดทางให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ
Axios รายงานว่า ทำเนียบขาวใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจความยาว 1 หน้า เพื่อยุติสงคราม โดยสหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับคำตอบจากอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง และมองว่าการเจรจารอบนี้มีความคืบหน้ามากที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น
ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านซึ่งสำนักข่าว ISNA อ้างถึง ระบุว่า อิหร่านจะส่งคำตอบต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้
แม้ราคาน้ำมันจะฟื้นตัวในวันนี้ แต่แรงบวกยังถูกจำกัดจากข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ไม่รวมคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ ลดลง 2.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 พ.ค. สู่ระดับ 457.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล
รายงานของ EIA ยังระบุว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงดีเซลและน้ำมันทำความร้อน (heating oil) ลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าขายน้ำมันโลกประมาณ 1 ใน 5 โดยรายงานยังชี้ว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนความต้องการใช้น้ำมันจากสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินไปต่อเนื่อง ท่ามกลางปัญหาการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย