ราคาน้ำมัน Brent, WTI ดีดกลับเช้านี้ ตลาดจับตาช่องแคบฮอร์มุซ-สต็อกสหรัฐฯ ลดฮวบ

ข่าวต่างประเทศ Thursday May 21, 2026 10:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันนี้ (21 พ.ค.) หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 2 วัน โดยตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการยุติสงครามอิหร่าน และการลดลงของสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ที่เพิ่มความวิตกต่อระดับคลังสำรองน้ำมันทั่วโลก

ณ เวลา 10.02 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ หรือ 0.35% สู่ระดับ 105.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.15% แตะ 99.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันทั้ง 2 ชนิดร่วงลงมากกว่า 5.6% เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย แต่ก็เตือนว่าอาจมีการโจมตีเพิ่มเติม หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงสันติภาพ

อิหร่านตอบโต้ด้วยการเตือนถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีเพิ่มเติม พร้อมประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบแห่งนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นประมาณ 20% ของการใช้พลังงานทั่วโลก แต่ปัจจุบันถูกปิดเกือบทั้งหมด

เมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) อิหร่านยังประกาศจัดตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ Persian Gulf Strait Authority และเตรียมกำหนดเขตควบคุมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม

อิหร่านดำเนินมาตรการปิดช่องแคบเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่จุดชนวนสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. แม้การสู้รบส่วนใหญ่จะยุติลงหลังการหยุดยิงในเดือนเม.ย. แต่อิหร่านยังคงจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ปิดล้อมแนวชายฝั่งของอิหร่าน

นักวิเคราะห์จากไห่ทง ฟิวเจอร์ส (Haitong Futures) กล่าวว่า การร่วงลงอย่างหนักของราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดกำลังคาดหวังความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม เขามองว่า หากทรัมป์ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้อิหร่าน โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงก็จะลดลง และผลการเจรจาอาจพลิกผันได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน การขาดแคลนอุปทานจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคพลังงานสำคัญของโลก ทำให้หลายประเทศต้องเร่งดึงน้ำมันจากคลังสำรองเชิงพาณิชย์และคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาใช้ ส่งผลให้ตลาดเริ่มกังวลว่าปริมาณสำรองทั่วโลกอาจลดลงอย่างรวดเร็ว

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ ดึงน้ำมันเกือบ 10 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ (SPR) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ลดลง 7.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 445 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 372,000 บาร์เรล

นักวิจัยด้านพลังงานและเคมีภัณฑ์ของ China Futures กล่าวว่า การลดลงของสต็อกน้ำมันจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงได้ยาก

เขาระบุเพิ่มเติมว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด คลังสำรองน้ำมันดิบบนบกและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลก อาจลดลงต่ำกว่าระดับต่ำสุดในช่วงเวลาเดียวกันของรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ภายในช่วงปลายเดือนพ.ค. และปลายเดือนมิ.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ