ตำรวจท้องถิ่นเมืองอู่ฮั่น ทางตอนกลางของจีน เปิดเผยในวันนี้ (1 เม.ย.) ว่า สาเหตุที่รถแท็กซี่ไร้คนขับ หรือโรโบแท็กซี่ (robotaxi) แพลตฟอร์ม "อะพอลโล โก" (Apollo Go) ของบริษัทไป่ตู้ (Baidu) หลายคันจอดดับสนิทกลางถนนเมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) เกิดจากปัญหา "ระบบขัดข้อง"
แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุจำนวนมากช่วงกลางดึกของวันอังคารว่า มีรถแท็กซี่อะพอลโล โก จอดขวางกลางถนนในเมืองอู่ฮั่นและขยับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทุกคนสามารถลงจากรถได้อย่างปลอดภัยและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด
ด้านสำนักข่าวเดอะเปเปอร์ (The Paper) ของเซี่ยงไฮ้ เผยแพร่คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ตำรวจจราจรนายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า มีรถอะพอลโล โก ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไม่ต่ำกว่า 100 คัน ตำรวจนายนี้เสริมว่า แม้ระบบประตูจะเปิดได้ตามปกติ แต่ผู้โดยสารบางคนไม่กล้าลงจากรถเพราะสภาพการจราจรที่ติดขัดและพลุกพล่าน จึงโทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้โดยสารบางส่วนติดอยู่ในรถนานเกือบสองชั่วโมง
อุบัติเหตุครั้งนี้ปลุกกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียของจีนอีกครั้ง ทั้งในประเด็นความปลอดภัยและความพร้อมของระบบโรโบแท็กซี่ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนส.ค. โรโบแท็กซี่ของอะพอลโล โก ซึ่งมีผู้โดยสารนั่งมาด้วย เคยพุ่งตกบ่อก่อสร้างในเทศบาลนครฉงชิ่ง ส่วนในเดือนพ.ค. รถยนต์ไร้คนขับของบริษัท โพนี่ ดอต เอไอ (Pony.ai) ก็เกิดไฟลุกไหม้บนถนนในกรุงปักกิ่ง โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บจากทั้งสองเหตุการณ์
ปัญหาลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีน โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เหตุไฟดับครั้งใหญ่ในนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ ก็เคยทำให้แท็กซี่ไร้คนขับของบริษัทเวย์โม (Waymo) จอดค้างจนการจราจรเป็นอัมพาตมาแล้วเช่นกัน
ปัจจุบัน ไป่ตู้ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการกลุ่มรถยนต์ไร้คนขับรายใหญ่ที่สุดของจีน ร่วมกับค่ายคู่แข่งอย่าง Pony.ai และ วีไรด์ (WeRide) โดยบริษัทเหล่านี้ได้เปิดให้บริการโรโบแท็กซี่เชิงพาณิชย์ในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ และกำลังขยายตลาดไปต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย