หน่วยงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (UN) เตือนเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่า จำนวนประชากรทั่วโลกที่เผชิญภาวะความหิวโหยรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบล้านคน ท่ามกลางความพยายามเรียกร้องให้ใช้แนวทางทางการทูตคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
โครงการอาหารโลก (WFP) ประเมินว่า จำนวนผู้เผชิญภาวะขาดแคลนอาหารระดับรุนแรงทั่วโลกอาจพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2569 หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงลุกลามและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
ฟาร์ฮาน ฮัก รองโฆษกเลขาธิการ UN กล่าวว่า การวิเคราะห์ล่าสุดของ WFP ประเมินว่า อาจมีประชากรเพิ่มเกือบ 45 ล้านคนเข้าสู่ภาวะไม่มั่นคงทางอาหารขั้นรุนแรง หากความขัดแย้งไม่ยุติภายในกลางปีนี้ และราคาน้ำมันยังทรงตัวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
หน่วยงานด้านมนุษยธรรมยังเตือนว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซไม่เพียงกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน แต่ยังกระทบการขนส่งปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลิตอาหารด้วย
สำนักงานประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า UN และพันธมิตรยังคงเร่งเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทั้งอาหาร ที่พักพิง น้ำสะอาด และบริการทางการแพทย์แก่ครอบครัวที่ต้องอพยพหนีภัย
ในเลบานอน หน่วยงานของ UN ได้แก่ WFP สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ร่วมกับพันธมิตร ได้แจกจ่ายอาหารปรุงสุกแล้วกว่า 1.1 ล้านมื้อ รวมถึงชุดสิ่งของจำเป็นและเครื่องนอนหลายหมื่นชุดให้แก่ศูนย์พักพิงส่วนรวม พร้อมทั้งจัดส่งน้ำสะอาดหลายแสนลิตร
OCHA ระบุว่า ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเป็นผู้พลัดถิ่นแล้วมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เกือบ 300,000 คนเป็นเด็ก โดยมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงของรัฐ
ส่วนในอิหร่าน บุคลากรและสถานพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบ โดยมีรายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บกว่า 100 ราย และสถานพยาบาลเสียหายมากกว่า 240 แห่ง นอกจากนี้ บ้านเรือนหลายหมื่นหลังและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอีกหลายร้อยแห่งได้รับความเสียหาย