ทำเนียบขาวกล่าวหาเมื่อวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ว่า หน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากห้องปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐฯ ในวงกว้าง พร้อมเตือนว่ารัฐบาลจะดำเนินการเอาผิดเพื่อปกป้องนวัตกรรมของอเมริกา
คำเตือนดังกล่าวจากไมเคิล แครตซิออส ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว มีขึ้นก่อนการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงกลางเดือนพ.ค. เพื่อเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
ไมเคิล แครตซิออส ระบุในบันทึกถึงหน่วยงานของรัฐบาลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีข้อมูลบ่งชี้ว่า หน่วยงานต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในจีน กำลังดำเนินการในระดับอุตสาหกรรม เพื่อสกัดหรือถอดแบบระบบ AI ขั้นแนวหน้าของสหรัฐฯ
แครตซิออสกล่าวว่า องค์กรเหล่านี้ใช้บัญชีตัวกลางเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ และอาศัยเทคนิคเจาะระบบเพื่อดึงข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ออกมา
บันทึกดังกล่าวซึ่งเผยแพร่โดยทำเนียบขาว ระบุว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองบริษัท AI ของสหรัฐฯ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมและเสริมแกร่งด้านการป้องกัน พร้อมทั้งพิจารณามาตรการหลากหลายรูปแบบ เพื่อเอาผิดกับผู้กระทำจากต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการสกัดข้อมูลในระดับอุตสาหกรรม
ข้อกล่าวหานี้พุ่งเป้าไปที่เทคนิคที่เรียกว่า "ดิสทิลเลชัน" (distillation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้โมเดล AI ที่มีความสามารถต่ำกว่า เรียนรู้จากผลลัพธ์ของโมเดลที่มีศักยภาพสูงกว่า
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในเดือนก.พ. แอนโทรปิก (Anthropic) ระบุว่า คู่แข่งด้าน AI จากจีน 3 ราย ได้แก่ ดีปซีค (DeepSeek), มูนช็อต (Moonshot) และมินิแม็กซ์ (MiniMax) ได้สร้างบัญชีปลอมราว 24,000 บัญชี เพื่อใช้งานโมเดล Claude และพยายามดึงความสามารถของระบบออกไป