สภาผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์ลงมติเห็นชอบอย่างท่วมท้นในวันนี้ (11 พ.ค.) ให้ถอดถอน ซารา ดูเตอร์เต ออกจากตำแหน่งรองประธานาธิบดี เพื่อเปิดทางให้มีการไต่สวนในวุฒิสภา ซึ่งอาจทำให้เธอพลาดโอกาสชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2571 โดยมติถอดถอนได้รับเสียงสนับสนุนจากสส. ถึง 255 คน จากทั้งหมด 318 คน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
เมื่อเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุติธรรมแห่งสภาผู้แทนราษฎรชี้ว่ามีมูลให้ถอดถอนได้ตามคำร้องของกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่กล่าวหาว่า ซารา ดูเตอร์เต ใช้งบประมาณแผ่นดินมิชอบ ร่ำรวยผิดปกติ และข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ รวมถึงภริยาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร
ตามรัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ ปธน.มาร์กอส จูเนียร์ อดีตพันธมิตรที่ผันตัวมาเป็นคู่ปรับทางการเมือง ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ดังนั้นตัวเต็งที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจึงเป็น ซารา ดูเตอร์เต แต่การถูกถอดถอนครั้งนี้อาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่สกัดเส้นทางสู่เก้าอี้ปธน.
ด้านซารา ดูเตอร์เต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ทีมทนายระบุว่า กระบวนการถอดถอนครั้งนี้มีข้อบกพร่องและเป็นเพียง "การเหวี่ยงแหหาความผิด"
สำหรับขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาต้องเปิดการไต่สวนโดยให้สมาชิกวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นคณะลูกขุน หากพบว่ามีความผิดจริง ซารา ดูเตอร์เต จะต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิทางการเมืองทันที
การยื่นถอดถอนครั้งนี้ถือเป็นมรสุมล่าสุดที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลดูเตอร์เตอันทรงอิทธิพล โดยปัจจุบันรองปธน.ซาราเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากความขัดแย้งรุนแรงกับปธน.มาร์กอส จูเนียร์ ขณะที่อดีตปธน.โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้เป็นบิดา ก็รอการไต่สวนจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในคดีสงครามยาเสพติดที่คร่าชีวิตผู้คนหลายพันคนในช่วงปี 2559-2565
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อาจพลิกผันเป็นผลดีต่อซารา ดูเตอร์เต หลังวุฒิสภามีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวันนี้ โดยมีมติปลดประธานวุฒิสภาคนเดิม และแต่งตั้ง อลัน ปีเตอร์ คาเยตาโน ผู้ภักดีต่อครอบครัวดูเตอร์เตอย่างเหนียวแน่นขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
หากวุฒิสภาเปิดกระบวนการถอดถอน การเปลี่ยนผู้นำวุฒิสภาในครั้งนี้จะส่งผลให้คาเยตาโน ผู้เคยลงสมัครชิงตำแหน่งรองปธน.คู่กับบิดาของซารา เข้ามาทำหน้าที่ประธานไต่สวน