รัฐบาลเมียนมาออกแถลงการณ์ในวันนี้ (11 พ.ค.) ระบุว่า ประเทศกำลังเผชิญ "มาตรการเลือกปฏิบัติ" ที่ทำให้ถูกกีดกันออกจากเวทีอาเซียน หลังการประชุมสุดยอดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาเซียนยังคงมีท่าทีกีดกันรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการรัฐประหารของกองทัพ
อาเซียนซึ่งมีสมาชิก 11 ประเทศ ระงับการมีส่วนร่วมของเมียนมาในเวทีผู้นำ นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ ออง ซาน ซูจี เมื่อปี 2564 และควบคุมตัวผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย จนนำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองภายในประเทศ
ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ระบุว่า ยังไม่เห็น "ความคืบหน้า" ในสถานการณ์ของเมียนมา
อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาโต้ว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ต่างยอมรับว่ามี "พัฒนาการเชิงบวก" เกิดขึ้นในเมียนมา พร้อมระบุว่ามีบางประเทศยังคงใช้มาตรการจำกัดและแนวทางเลือกปฏิบัติ รวมถึงการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของรัฐบาลเมียนมาอย่างเท่าเทียม
อนึ่ง บางประเทศ เช่น ไทย ได้แสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลใหม่ของเมียนมา โดยร่วมแสดงความยินดีกับการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย พร้อมให้คำมั่นจะร่วมรักษาเสถียรภาพบริเวณชายแดนร่วมกัน
ในการประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย โมฮาหมัด ฮาซัน กล่าวว่า เมียนมายังไม่พร้อมที่จะกลับเข้าสู่เวทีการประชุม เนื่องจาก "ยังคงมีการกระทำที่โหดร้ายทารุณต่อพลเมืองของตนเองอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งเชื่อกันว่าอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ซึ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2570 มีท่าทีสอดคล้องกับมาเลเซีย
กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาระบุว่า การไม่เปิดพื้นที่ให้รัฐบาลใหม่มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นการละเลยเจตจำนงของประชาชนผู้ใช้สิทธิทางประชาธิปไตย พร้อมย้ำว่าเมียนมาอดทนต่อ "การปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม" จากบางประเทศสมาชิกมาโดยตลอด นอกจากนี้ เมียนมายังกล่าวหาบางประเทศว่าแทรกแซงกิจการภายในผ่านแรงกดดันและการวิพากษ์วิจารณ์
ขณะเดียวกัน เมียนมาได้ใช้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกันโจมตีติมอร์-เลสเต ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของอาเซียน หลังศาลในกรุงดิลีเริ่มดำเนินคดีต่อพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เช่นเดียวกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอินโดนีเซียที่ได้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดของประเทศ เพื่อกล่าวหาว่ารัฐบาลทหารก่ออาชญากรรมที่โหดร้าย รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา
ทั้งนี้ หลังอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพยาวนาน 5 ปี เมียนมาได้จัดการเลือกตั้งภายใต้ข้อจำกัดเข้มงวด โดยไม่มีพรรคของซูจีเข้าร่วม ก่อนที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำกองทัพ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา