เหล่ารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และสหรัฐฯ เตรียมหารือเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานและแนวทางในการจัดการประชุมสุดยอดของเหล่าผู้นำ ในการประชุมร่วมกันในวันนี้ (26 พ.ค.) ณ กรุงนิวเดลี ภายใต้กรอบการทำงานของกลุ่มควอด (Quad)
การประชุมสุดยอดกลุ่มควอดครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อเดือนก.ย. 2567 และไม่เคยมีการประชุมผู้นำเกิดขึ้นนับตั้งแต่ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หวนคืนสู่ตำแหน่งสมัยที่ 2 ซึ่งให้ความสำคัญเกี่ยวกับการทูตพหุภาคีน้อยลง
หลายฝ่ายคาดว่า โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย และสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย จะหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้านความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงสร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานและราคาเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การรวมกลุ่มกันของกลุ่มควอด ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก โดยการประชุมร่วมกันในวันนี้จะถือเป็นการพบกันครั้งที่ 3 ของเหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศ นับตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2
ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดผู้นำที่มีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศอินเดียเมื่อปีที่แล้วได้ถูกระงับไป ท่ามกลางความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดีย จากกรณีที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซียหลังจากที่ทางการรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครน ตลอดจนความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการพยายามเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหลังเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธระหว่างอินเดียและปากีสถาน
นับตั้งแต่การเปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. การพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเปราะบางในด้านความมั่นคงทางพลังงาน
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่า บรรดารัฐมนตรีคาดว่าจะแสวงหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความหลากหลายในห่วงโซ่อุปทานสำหรับแร่ธาตุที่มีความสำคัญ ซึ่งรวมถึงแร่หายาก (rare earths) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านการส่งออกของจีน
นอกจากนี้ บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศคาดว่าจะร่วมกันยืนยันความร่วมมือในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายภูมิภาค "อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง" ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า อาจมีการหยิบยกประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขึ้นมาหารือร่วมกันด้วย