ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะถูกทำลายหลังจากส่งมอบให้แก่สหรัฐฯ โดยอาจทำลายในสถานที่จัดเก็บยูเรเนียมเลย หรือในสถานที่อื่นที่ตกลงร่วมกันได้
"ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ (ฝุ่นนิวเคลียร์) จะต้องส่งมอบให้แก่สหรัฐฯ ทันทีเพื่อนำกลับประเทศและทำลาย หรือหากจะให้ดีกว่านั้น เราจะร่วมมือและประสานงานกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเพื่อทำลายในสถานที่จัดเก็บนั้นเลย หรือในสถานที่อื่นที่ตกลงร่วมกันได้ โดยมีคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณู หรือหน่วยงานในลักษณะเดียวกัน ร่วมเป็นสักขีพยานในกระบวนการและเหตุการณ์ดังกล่าว" ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ (25 พ.ค.)
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงว่ามียูเรเนียมเสริมสมรรถนะเป็นจำนวนเท่าใด ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ติดตามกิจกรรมทางนิวเคลียร์ของอิหร่านภายใต้ข้อตกลงการตรวจสอบต่าง ๆ
ก่อนปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความดังกล่าว สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานในวันเดียวกันว่า รัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้ตกลงที่จะขนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นการปฏิเสธรายงานของสำนักข่าวอัลฮาดัธ (Al Hadath) ของซาอุดีอาระเบียที่อ้างว่า "อิหร่านเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกจากดินแดนของตน"
สำนักข่าวทัสนิมระบุว่า รายงานเกี่ยวกับรายละเอียดของบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลอิหร่านกับสหรัฐฯ นั้นไม่เป็นความจริง "ในเนื้อหาของ MoU นับจนถึงวันนี้ ไม่มีข้อความใดที่ประกาศความพร้อม (ของอิหร่าน) ในการเคลื่อนย้ายวัตถุนิวเคลียร์ และโดยพื้นฐานแล้วอิหร่านไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการด้านนิวเคลียร์ในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว"
ด้านหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) รายงานในวันจันทร์โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งว่า ในระยะแรกของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น สหรัฐฯ จะปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็จะเริ่มดำเนินการกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านรายดังกล่าวระบุว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้รวมถึงข้อตกลงด้านนิวเคลียร์แต่อย่างใด