หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานในวันพุธ (3 มิ.ย.) ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวกับผู้ช่วยคนสนิทเป็นการส่วนตัวว่า เขาอาจพิจารณายุติข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน หากมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่
รายงานดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ทรัมป์และคณะบริหารเคยระบุว่า ความขัดแย้งจะสิ้นสุดภายในเวลาไม่เกิน 6 สัปดาห์ก็ตาม
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านได้โจมตีทางอากาศตอบโต้กันหลายครั้ง ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการส่วนใหญ่เป็นการป้องกันตนเอง ขณะที่อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้อยู่ แม้เกิดเหตุปะทะเป็นระยะ
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สงครามครั้งนี้ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 15 นาย และบาดเจ็บ 543 นาย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บของอิหร่านคาดว่ามีมากกว่า 6,000 ราย
สื่ออิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ระงับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ แล้ว แต่ทรัมป์ยืนยันว่าการเจรจาระหว่างสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป และระบุล่าสุดว่ายังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ภายในหนึ่งสัปดาห์
ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจา โดยอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ขณะที่อิหร่านยังคงปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ ทรัมป์ได้เข้าแทรกแซงเพื่อยกเลิกแผนปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน หลังจากอิหร่านเตือนว่าการโจมตีดังกล่าวอาจกระทบต่อความคืบหน้าทางการทูต
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่าไม่ได้เร่งรีบที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ ซึ่งเผยแพร่ในวันพุธว่า มาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ อาจดำเนินต่อไปจนถึงวันแรงงาน (Labor Day) ในวันที่ 7 ก.ย.นี้