องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศในวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) หลังจากมีผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าวแล้วหลายสิบราย
สหภาพแอฟริกาเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกิดจากการติดเชื้ออีโบลาในจังหวัดอิตูรี ทางตะวันออกของคองโกแล้ว 87 ราย ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขของยูกันดาระบุก่อนหน้านี้ว่า ชายชาวคองโกรายหนึ่งซึ่งติดเชื้ออีโบลาได้เสียชีวิตลงในยูกันดา
WHO ระบุผ่านข่าวประชาสัมพันธ์ว่า แม้สถานการณ์ในปัจจุบัน "ยังไม่เข้าข่ายเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินของการระบาดใหญ่ทั่วโลก" (pandemic emergency) แต่กรณีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันและกลุ่มผู้เสียชีวิตที่มีอาการสอดคล้องกับสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ในจังหวัดอิตูรี แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการระบาดที่รุนแรงกว่าสิ่งที่ตรวจพบและรายงานอยู่ในปัจจุบันอย่างมาก พร้อมทั้งมีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่กระจายในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การระบาดในจังหวัดอิตูรีเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่า เป็นสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ระบุว่า พบครั้งแรกในยูกันดาเมื่อปี 2550 และมีอัตราการเสียชีวิตโดยประมาณอยู่ที่ 25-40%
WHO ระบุเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันยังไม่มีการรับรองวิธีการรักษาหรือวัคซีนสำหรับไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้
ทั้งนี้ คองโกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของอีโบลามาแล้วหลายครั้ง โดยวิกฤตการณ์แพร่ระบาดทางภาคตะวันออกของประเทศระหว่างปี 2561-2563 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,200 ราย ซึ่งครั้งนั้นได้กระตุ้นให้ WHO ต้องออกประกาศภาวะฉุกเฉินเช่นเดียวกัน