ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยในวันจันทร์ (18 พ.ค.) ว่า สหรัฐฯ กำลังยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันไม่ให้โรคอีโบลาแพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกากลาง
แถลงการณ์ของ CDC ระบุว่า ทางหน่วยงานกำลังประสานความร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆ เพื่อดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงที่โรคอีโบลา ซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสสายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo virus) จะแพร่ระบาดเข้าสู่สหรัฐฯ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย การเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองด้านสาธารณสุขและการเฝ้าระวังผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ที่เกิดการระบาดของอีโบลา การจำกัดการเข้าเมืองสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติที่มีประวัติพำนักในประเทศยูกันดา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) หรือเซาท์ซูดาน ภายในระยะเวลา 21 วันก่อนหน้า ตลอดจนการประสานงานกับสายการบิน พันธมิตรระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อคัดกรองและจัดการกับผู้เดินทางที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อไวรัสอีโบลา
นอกจากนี้ CDC ยังเตรียมยกระดับมาตรการตอบสนองเพื่อคุ้มครองสุขภาพ ณ ด่านควบคุมโรค การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และความพร้อมของโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงเดินหน้าส่งเจ้าหน้าที่ของ CDC ไปสนับสนุนความพยายามในการควบคุมการระบาดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
CDC ระบุเพิ่มเติมว่า ความเสี่ยงในระยะนี้ต่อสาธารณชนในสหรัฐฯ โดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ทางหน่วยงานจะประเมินสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และอาจปรับเปลี่ยนมาตรการทางสาธารณสุขตามข้อมูลเพิ่มเติมที่จะได้รับในอนาคต
ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับไวรัสสายพันธุ์บันดิบูเกียว และการรักษาหลักยังคงเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ
ทั้งนี้ เมื่อนับถึงวันจันทร์ มีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้ว 11 ราย และผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ 336 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 88 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ตลอดจนพบผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย และเสียชีวิต 1 รายในยูกันดา
หน่วยงานเปิดเผยว่า อาการทั่วไปของผู้ป่วยโรคอีโบลา เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน อ่อนเพลียรุนแรง ปวดท้อง เลือดกำเดาไหล และอาเจียนเป็นเลือด
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้ออกมาเตือนเมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่า การแพร่ระบาดดังกล่าวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาค