สื่อสหรัฐฯ รายงานในวันพุธ (27 พ.ค.) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังวางแผนส่งชาวอเมริกันที่มีประวัติสัมผัสกับเชื้อไวรัสอีโบลาไปยังสถานกักกันโรคแห่งใหม่ในเคนยาแทนที่จะส่งตัวกลับมารักษาในสหรัฐฯ
หนังสือพิมพ์เดอะ วอชิงตัน โพสต์ รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้สั่งการให้กองทัพจัดตั้งศูนย์กักกันโรคในตอนกลางของเคนยาภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยโรงพยาบาลสนามดังกล่าวจะถูกใช้เป็นสถานที่รองรับชาวอเมริกันที่มีประวัติสัมผัสกับเชื้อไวรัสดังกล่าว และจะมีการเคลื่อนย้ายหน่วยควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพจากสหรัฐฯ ไปใช้ในสถานที่ดังกล่าวด้วย
รายงานระบุว่า แผนการขั้นต้นได้กำหนดให้มีการจัดตั้งสถานกักกันโรคขนาด 50 เตียงภายในหนึ่งสัปดาห์ และอาจขยายเพิ่มอีกเพื่อให้สามารถรองรับได้ถึง 250 เตียง โดยสมาชิกของหน่วยบริการสาธารณสุขสหรัฐฯ ได้เริ่มเข้ารับการฝึกอบรมที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์สในรัฐแมริแลนด์แล้ว เพื่อเตรียมเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสถานกักกันโรคที่เคนยา
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ศูนย์กักกันและรักษาโรคดังกล่าวจะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ป่วยอีโบลาที่จำเป็นต้องอพยพออกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกอย่างเร่งด่วนเพื่อเข้ารับการรักษา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ว่าสถานกักกันโรคดังกล่าวจะสร้างขึ้นในพื้นที่ใดของเคนยา และรัฐบาลเคนยาได้ลงนามอนุมัติแผนการนี้แล้วหรือไม่
รายงานระบุว่า ในเดือนนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งตัวแพทย์ชาวอเมริกันรายหนึ่งที่เริ่มแสดงอาการป่วยบินไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเยอรมนี และได้ส่งชาวอเมริกันอีก 6 รายไปเฝ้าสังเกตอาการในเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ได้ออกคำสั่งระงับการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 30 วันในช่วงต้นเดือนนี้ สำหรับชาวต่างชาติที่มีประวัติเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา หรือเซาท์ซูดาน ในช่วง 21 วันที่ผ่านมา และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาตรการดังกล่าวได้รับการขยายให้ครอบคลุมถึงผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือผู้ถือกรีนการ์ดด้วย
รายงานสถานการณ์จากกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกที่เปิดเผยเมื่อวันพุธระบุว่า จำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาในประเทศพุ่งทะลุ 1,000 รายแล้ว ขณะที่การแพร่ระบาด ยังคงขยายวงกว้างไปยังจังหวัดทางภาคตะวันออก