รายงานภาวะเศรษฐกิจรายสัปดาห์ (Weekly) ณ 18 ก.พ. 65

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday February 22, 2022 14:20 —กระทรวงการคลัง

Executive Summary

เศรษฐกิจไทยปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศเดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เศรษฐกิจต่างประเทศGDP สิงคโปร์ ไตรมาสที่ 4ปี 64ขยายตัวที่ร้อยละ 6.1จากช่วงเดียวกัน ปีก่อน

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศเดือน ม.ค. 65 ขยายตัวร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากปรับผลทางฤดูกาล พบว่าขยายตัวร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

โดยในเดือน ม.ค. 65 ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เมื่อเทียบรายเดือนหลังหักผลของ

ฤดูกาล ตามกิจกรรมการก่อสร้างที่เริ่มดีขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึง         การซ่อมแซมบ้านเรือนหลังสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่ได้ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง โดยเฉพาะแรงงานจากต่างด้าว รวมถึงภาระด้านต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเปิดตัวโครงการก่อสร้างภาคอสังหาริมทรัพย์ถูกเลื่อนออกไป

เครื่องชี้เศรษฐกิจต่างประเทศ
          ยอดค้าปลีก เดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 13.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 16.7จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 64 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 4.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 3.7จากช่วงเดียวกันของปีก่อนยอดสร้างบ้านใหม่ เดือน ม.ค. 65 หดตัวร้อยละ -4.1 จากเดือนก่อนหน้า (ขจัดผลทางฐฤดูกาลแล้ว)สวนทางกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 0.3จากยอดสร้างบ้านเดี่ยวและสคอนโดมิเนียมที่หดตัวลงจากเดือนก่อนหน้ายอดใบอนุญาตก่อสร้างบ้านใหม่ เดือน ม.ค. 65 ที่ขยายตัวร้อยละ 0.7 จากเดือนก่อนหน้า (ขจัดผลทางฤดูกาลแล้ว)ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 9.8 โดยที่บ้านแบบคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮมส์หดตัวลงจากเดือนก่อนหน้าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ (6-12 ก.พ. 65) อยู่ที่ระดับ 2.48 แสนรายปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 2.25 แสนราย และเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดในสหรัฐฯ ที่ระดับ 2.15 แสนรายอัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ร้อยละ 0.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 1.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จและเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 4เดือน จากมาตรการของรัฐบาลที่ควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ ส่งผลให้ราคาสินค้าอาหารซึ่งรวมถึงราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวลดลงมูลค่าการส่งออก เดือน ธ.ค. 64 ขยายตัวร้อยละ 14.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 14.5 จากช่วงเดียวกันปีก่อนมูลค่าการนำเข้า เดือน ธ.ค. 64 ขยายตัวร้อยละ 36.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน        เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 32.0จากช่วงเดียวกันปีก่อนโดุลการค้า เดือน ธ.ค. 64 ขาดดุลที่ระดับ 4.6 พันล้านยูโร ขาดดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนยหน้าที่ขาดดุลที่ระดับ 1.4พันล้านยูโร ผลผลิตอุตสาหกรรม เดือน ธ.ค. 64 ขยายตัวที่ร้อยละ 1.6เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน พลิกกลับมาขยายตัวหลังจากที่หดตัวที่ร้อยละ 1.4เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในเดือนก่อนหน้าและสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัวที่ร้อยละ 0.5 อัตราการว่างงาน เดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ร้อยละ 4.2 ของกำลังแรงงานรวม คงที่จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 4.2ของกำลังแรงงานรวม อย่างไรก็ดี เป็นอัตราว่างงานที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ ปี 51
เครื่องชี้เศรษฐกิจต่างประเทศ

GDPไตรมาสที่ 4 ปี 64 ขยายตัวที่ร้อยละ 6.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวที่ร้อยละ 7.5 จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 2.3เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (หลังขจัดผลทางฤดูกาลแล้ว) ส่งผลให้ทั้งปี 64เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 7.6ต่อปีมูลค่าการส่งออก เดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 22.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ร้อยละ 28.0จากช่วงเดียวกันปีก่อนสมูลค่าการนำเข้า เดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 28.3 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ร้อยละ 35.4จากช่วงเดียวกันปีก่อนดุลการค้า เดือน ม.ค. 65 เกินดุลที่ 5.0 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่เกินดุล 4.99พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์มูลค่าการส่งออก เดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 25.3 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวที่ร้อยละ 35.3จากช่วงเดียวกันปีก่อน มูลค่าการนำเข้า เดือน ม.ค. 65 ขยายตัวที่ร้อยละ 36.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ร้อยละ 47.9จากช่วงเดียวกันปีก่อน ดุลการค้า เดือน ม.ค. 65 เกินดุลที่ 930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่เกินดุล 1พันล้านดอลลาร์สหรัฐยอดค้าปลีก เดือน ธ.ค. 64 อยู่ที่ร้อยละ 13.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวที่ร้อยละ 10.8จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากยอดขายเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ

อัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ร้อยละ 6.01 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นจากเดือนเอก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 5.66เนื่องจากต้นทุนด้านอาหารและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอัตราการว่างงาน เดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ร้อยละ 3.6 ของกำลังแรงงานรวมลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 3.8ของกำลังแรงงานรวม ตามการฟืนตัวของเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19และการดำเนินมาตราการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลอัตราการว่างงาน เดือน ธ.ค. 64 อยู่ที่ร้อยละ 4.1 ของกำลังแรงงานรวม คงที่จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 4.1ของกำลังแรงงานรวม และเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ร้อยละ 5.5 จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นจากเดือนธ.ค. 64ที่อยู่ที่ร้อยละ 5.4จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาที่อยู่อาศัย พลังงานและเครื่องแต่งกายเป็นสำคัญ เครื่องชี้ตลาดเงิน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ดัชนี SETปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนสวนทางกับตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ ในภูมิภาคที่ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน เช่น Nikkei225 (ญี่ปุ่น)HIS(ฮ่องกง) และ CSI300(เซี่ยงไฮ้) เป็นต้น เมื่อวันที่           17ก.พ. 65ดัชนีปิดที่ระดับ 1,711.58 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยระหว่างวันที่ 14-17 ก.พ. 65อยู่ที่ 93,174.30 ล้านบาทต่อวัน โดย       นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ เป็นผู้ซื้อ          สุทธิ ขณะที่นักลงทุนทั่วไปในประเทศ และนักลงทุนสถาบันในประเทศ เป็นผู้ขายสุทธิ ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 14-17 ก.พ. 65นักลงทุนต่างชาติ           ซื้อหลักทรัพย์สุทธิ 12,864.36ล้านบาทอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 -13 ปี โดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 1 ถึง 4 bpsและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 15 ปีขึ้นไปปรับตัวลดลง -1 bpsโดยในสัปดาห์นี้นักลงทุนมีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2.93 ปี ซึ่งมีนักลงทุนสนใจ1.53เท่าของวงเงินประมูล ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 14-17 ก.พ. 65กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ไหลเข้าในตลาดพันธบัตรสุทธิ 5,674.17 ล้านบาทและหากนับจากต้นปีจนถึงวันที่ 17 ก.พ. 65กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ  ไหลเข้าในตลาดพันธบัตรสุทธิ 126,132.79ล้านบาทเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดย ณ วันที่ 17ก.พ. 65เงินบาทปิดที่ 32.24บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นร้อยละ 1.49จากสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับเงินสกุลอื่น ๆ ในภูมิภาค อาทิ เงินสกุลเยน และหยวน ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินสกุลยูโร วอน และดอลลาร์สิงคโปร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่ามากกว่าเงินสกุลอื่น ๆ ในภูมิภาค ส่งผลให้ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) แข็งค่าขึ้นร้อยละ 1.44 จากสัปดาห์ก่อน


ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ