สวนดุสิตโพล: บทเรียนจากเหตุระเบิดโรงงาน กิ่งแก้ว

ข่าวผลสำรวจ Monday July 12, 2021 08:39 —สวนดุสิตโพล

/

จากกรณีเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ สร้างความเสียหายต่อประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ รวมถึงอันตรายจากสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ?สวนดุสิตโพล? มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2564 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดอย่างไร กับ เหตุการณ์ระเบิดที่โรงงานกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ
อันดับ 1          เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง สร้างความเสียหายอย่างมาก           88.54%
อันดับ 2          เจ้าหน้าที่ขาดอุปกรณ์ เครื่องมือ จึงควบคุมเพลิงได้ช้า          83.87%
อันดับ 3          การสั่งการ การแก้ปัญหาค่อนข้างล่าช้า            82.13%
อันดับ 4          รู้สึกหดหู่ มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก                 76.68%
อันดับ 5          อยากรู้สาเหตุที่แท้จริงโดยเร็ว                                                 41.58%







2. ประชาชนคิดว่าการระเบิดครั้งนี้ เกิดจากสาเหตุใด
อันดับ 1          การรั่วไหลของสารเคมี                        67.02%
อันดับ 2          ระบบรักษาความปลอดภัยไม่มีประสิทธิภาพ                  63.95%
อันดับ 3          มีเพลิงไหม้ลุกลามจนเกิดการระเบิด          51.66%
อันดับ 4          โรงงานก่อตั้งมานาน อาคารเก่า          39.53%
อันดับ 5          ไฟฟ้าลัดวงจร          26.68%






3. สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้
อันดับ 1          ตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ            92.00%
อันดับ 2          มีมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย ตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่           89.78%
อันดับ 3          ควรมีระบบเตือนภัยที่รวดเร็ว และแนวทางการอพยพในสถานการณ์ฉุกเฉิน          78.45%
อันดับ 4          ทำงานเชิงรุก ประสานกับท้องถิ่น                    70.60%
อันดับ 5          เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตราย              59.11%






4. บทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้
อันดับ 1          ให้ความสำคัญกับงานบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยมากขึ้น          69.99%
อันดับ 2          ควรมีแผนการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่พร้อมใช้งาน                  68.96%
อันดับ 3          ต้องมีการจัดการมลพิษตกค้างอย่างเป็นระบบ                  62.23%
อันดับ 4          ควรทำงานประสานกันทุกภาคส่วน ทั้งระดับรัฐบาลและท้องถิ่น           60.57%
อันดับ 5          เร่งแก้ปัญหาเรื่องผังเมือง           59.94%






5. ประชาชนพึงพอใจกับการแก้ปัญหาในภาพรวมมากน้อยเพียงใด
    ไม่ค่อยพอใจ 39.38%        ค่อนข้างพอใจ 30.71%       ไม่พอใจ 27.13%       พอใจมาก 2.78%

*หมายเหตุ   ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)










สรุปผลการสำรวจ : บทเรียนจากเหตุระเบิดโรงงาน กิ่งแก้ว

          สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี บทเรียนจากเหตุระเบิดโรงงาน     กิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,266 คน ระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2564 พบว่า ประชาชนมองว่าเหตุการณ์นี้รุนแรง สร้างความเสียหายอย่างมาก ร้อยละ 88.54 คิดว่าเกิดจากสาเหตุการรั่วไหลของสารเคมี ร้อยละ 67.02 สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล คือ ควรตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ร้อยละ 92.00 บทเรียน               ที่ได้รับคือ ควรให้ความสำคัญกับงานบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยมากขึ้น ร้อยละ 69.99 ทั้งนี้ยังไม่ค่อยพอใจกับการแก้ปัญหาในภาพรวม ร้อยละ 39.38
          เหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้ในภาคอุตสาหกรรมของไทยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับพบว่าการรับมือ                    และแก้ปัญหายังทำได้ไม่รวดเร็วนัก อีกทั้งยังเปิดให้เห็นจุดอ่อนในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมือง ระบบการระงับป้องกันภัยที่ยังไม่ทันสมัย กฎระเบียบที่ไม่ยืดหยุ่น ทำให้การอพยพทำได้ล่าช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานการณ์โควิด-19  บทเรียนครั้งนี้จึงไม่ควรเป็นเพียงการบันทึกเรื่องราว แต่ควรนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็จะเหมือนไฟไหม้ฟาง เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร 086-3766533

ประชาชนมองว่าเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้วมีความรุนแรงนำไปสู่ความเสียหายอย่างมาก และไม่ค่อยพอใจกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม อาจเป็นเพราะว่านี่ไม่ใช่เหตุระเบิดจากสารเคมีครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งผลของการสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจต้องนำไปสู่การปฏิรูปเรื่องกฎหมายผังเมือง แผนระงับภัยฉุกเฉิน การจัดทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) เพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นรวมไปถึงภาครัฐยังสามารถติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่เกิดขึ้นได้ และสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องมีการให้ความรู้ การสร้างความตระหนักแก่ชุมชน ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรชุดเผชิญเหตุ หน่วยผจญเพลิงให้มีความพร้อมในการรับมือด้วย

ดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์

ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ที่มา: สวนดุสิตโพล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ