ข่าวอินโฟเควสท์
12:08 เฟซบุ๊กเตือนสหรัฐ ความล้มเหลวของโครงการ "ลิบรา" อาจเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของจีน   เฟซบุ๊ก อิงค์ บริษัทโซเซียลมีเดียยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ออกโรง…
12:07 (เพิ่มเติม) สนง.สถิติจีนเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 5.8% สูงกว่าคาดการณ์   สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า การผลิ…
11:52 MFC เปิดขายกองทุน MDIVA เน้นลงทุนหุ้นปันผลไทย-เอเชีย จองซื้อวันนี้ถึง 28 ต.ค.   นายเดนนิส ลิม กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า …
11:51 ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าอ่อนแรงลง หลังจีนเผย GDP ไตรมาส 3 ขยายตัวต่ำกว่าคาด   ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าอ่อนแรงลงในวันนี้ หลังจากทางการจีนเปิดเผย…
11:50 จีนเผยกำไรรัฐวิสาหกิจช่วง 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 7.4% เทียบรายปี   คณะกรรมการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจของจีน (SASAC) เปิดเผยว่า ผลกำไรรวมของหน…

ผลสำรวจของสมาพันธ์ทันตแพทย์โลกเผยโรงเรียนในสหราชอาณาจักรรั้งท้ายเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release -- พุธที่ 20 มีนาคม 2562 08:35:48 น.
เจนีวา--20 มี.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เนื่องในวันทันตสาธารณสุขโลกปีนี้ สมาพันธ์ทันตแพทย์โลก (FDI World Dental Federation) ได้เผยแพร่ผลการสำรวจพ่อแม่ที่มีลูกอายุ 5-16 ปี ใน 13 ประเทศ ว่าโรงเรียนของลูกให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีหรือไม่ ทั้งนี้ ปัญหาสุขภาพช่องปากส่งผลเสียต่อพัฒนาการในช่องปาก และทำให้เด็กๆขาดเรียนรวมกันมากกว่า 50 ล้านชั่วโมงในแต่ละปี [1] นอกจากนั้นยังส่งผลต่อความมั่นใจ ทักษะทางสังคม และโอกาสในการประสบความสำเร็จในชีวิตเมื่อเติบใหญ่ ดังนั้น สุขภาพช่องปากจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขอนามัยและสุขภาพโดยรวมของเด็ก

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

https://www.multivu.com/players/uk/8512751-fdi-survey-uk-schools-last-in-oral-health/

ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า โรงเรียนในสหราชอาณาจักรรั้งท้ายในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี เมื่อสอบถามว่าโรงเรียนของลูกได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของสุขภาพช่องปากที่ดีหรือไม่ มีพ่อแม่เพียง 29% ในสหราชอาณาจักรที่ตอบว่าให้ ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับอีก 12 ประเทศในการสำรวจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (53%), ออสเตรเลีย (54%), เยอรมนี (69%), จีน (77%), ซาอุดีอาระเบีย (81%), โปแลนด์ (84%), โมร็อกโก และ แอลจีเรีย (86%), อินโดนีเซีย (87%), บราซิล และ อินเดีย (91%) และเม็กซิโก (93%)

นอกจากนี้ 49% ของพ่อแม่ในสหราชอาณาจักรที่ตอบแบบสอบถาม ไม่ทราบว่าโรงเรียนของลูกให้ความรู้เรื่องสุขภาพปากที่ดีบ่อยแค่ไหน ตามมาติดๆด้วยพ่อแม่ในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาที่ 35% และ 32% ตามลำดับ ตรงกันข้ามกับประเทศที่เหลือ ได้แก่ เยอรมนี (19%), ซาอุดีอาระเบีย (12%), โปแลนด์ (10%), จีน อินโดนีเซีย และ โมร็อกโก (9%), แอลจีเรีย (6%), อินเดีย (5%), บราซิล (3%) และเม็กซิโก (1%)

ดร.แคทริน เคลล์ ประธาน FDI กล่าวว่า "ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนที่ทราบว่าลูกได้รับความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากจากโรงเรียน และเราต้องอุดช่องโหว่นี้ เพราะโรคในช่องปากพบได้อย่างแพร่หลายทั่วโลก และกระทบประชากรมากถึง 3.58 พันล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรโลกทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆ 486 ล้านคนยังมีฟันน้ำนมผุ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียฟันก่อนวัยอันควร รวมถึงมีอาการปวดฟัน นอนไม่หลับ มีปัญหาในการกินและปัญหาสุขภาพอื่นๆตั้งแต่ยังเล็ก เราต้องสนับสนุนให้โรงเรียนสอนเด็กๆเรื่องการดูแลสุขภาพปากอย่างถูกวิธี"

ข่าวดีก็คือ พ่อแม่ 71% จากทุกประเทศที่มีการสำรวจ เห็นด้วยว่าโรงเรียนควรสอนเด็กๆเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี และ 51% ตระหนักว่าพ่อแม่มีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องสุขภาพช่องปาก

ดร.เอโดอาร์โด คาวัลลี หัวหน้าคณะทำงานวันทันตสาธารณสุขโลก กล่าวว่า "พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้องเริ่มตั้งแต่เยาว์วัย เราต้องการปลูกฝังให้เด็กๆแปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ รวมถึงส่งเสริมให้เด็กๆหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ตลอดจนเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เด็กๆทั่วโลกต้องขาดเรียนรวมกันหลายล้านชั่วโมงในแต่ละปีเพราะมีปัญหาสุขภาพช่องปาก ซึ่งส่งผลอย่างร้ายแรงต่อศักยภาพของเด็กๆในโรงเรียน พ่อแม่และครูต้องรับบทบาทสำคัญในการสอนเรื่องความสำคัญของการรักษาสุขภาพปากและฟัน ซึ่งจะช่วยรักษาสุขอนามัยและสุขภาพโดยรวมของเด็กๆซึ่งเป็นอนาคตของเรา"

เพื่อสนองต่อผลสำรวจดังกล่าว รวมถึงให้ความช่วยเหลือพ่อแม่และครู ทาง FDI ได้พัฒนา "Mouth Heroes" สื่อการสอนในรูปแบบมัลติมีเดียสำหรับเด็กวัย 5-9 ขวบ เพื่อให้เด็กๆสนใจเรียนรู้ความสำคัญของสุขภาพช่องปากที่ดี โดยตัวการ์ตูนชื่อ "Toothie" จะปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีต่อสุขภาพให้แก่เด็กๆในแบบที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น สื่อการสอนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อครูและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก นอกจากนั้นยังมีสื่อให้ความรู้อีกมากมายบนเว็บไซต์วันทันตสาธารณสุขโลก ซึ่งจะช่วยให้พ่อแม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่จะทำให้ลูกๆมีสุขภาพช่องปากที่ดี

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน: www.worldoralhealthday.org/press
เกี่ยวกับวันทันตสาธารณสุขโลก

วันทันตสาธารณสุขโลก (World Oral Health Day: WOHD) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี ริเริ่มขึ้นโดย FDI เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงการป้องกันและควบคุมโรคในช่องปาก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.worldoralhealthday.org หรือแฮชแท็ก #WOHD19 #SayAhh

พันธมิตรระดับโลกของวันทันตสาธารณสุขโลกประกอบด้วย Henry Schein, Philips Sonicare, Unilever ส่วนผู้สนับสนุนวันทันตสาธารณสุขโลกประกอบด้วย 3M, Planmeca, Wrigley

อ้างอิง

[1] Kwan SYL, Petersen PE, Pine CM, Borutta A. Health promoting schools: an opportunity for oral health promotion. Bull World Health Org. 2005;83:677–685. Available from: https://www.who.int/bulletin/volumes/83/9/677.pdf [accessed 11 March 2019]

เกี่ยวกับการสำรวจ

ข้อมูลตัวเลขที่ปรากฏทั้งหมดมาจาก YouGov Plc. เว้นแต่ว่าระบุว่ามาจากที่อื่น โดยได้มาจากการสำรวจผู้ใหญ่ 16,477 คน ซึ่ง 4,367 คนในจำนวนนี้มีลูกอายุ 5-16 ปี การสำรวจโดยลงพื้นที่จริงจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 4 มีนาคม และมีการสำรวจออนไลน์ด้วย ข้อมูลมีการถ่วงน้ำหนักและเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ในประเทศออสเตรเลีย บราซิล เยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และโปแลนด์ นอกจากนี้ ข้อมูลยังมีการถ่วงน้ำหนักและเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ในโลกออนไลน์ในประเทศแอลจีเรีย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย โมร็อกโก และซาอุดีอาระเบีย

วิดีโอ - https://mma.prnewswire.com/media/838035/FDI_Survey.mp4
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/838036/FDI_World_Dental_Federation.jpg
ข่าวที่เกี่ยวข้อง