‘กรมเจรจาฯ’ เดินหน้าติดอาวุธอุตสาหกรรมนมโคพัทลุง เตรียมพร้อมรับมือเอฟทีเอ

ข่าวเศรษฐกิจ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562 14:54 น. —กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด หลังเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” หวังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เร่งใช้ประโยชน์ความตกลงการค้าเสรีขยายส่งออกนมไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเต็มที่ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ เตรียมลงพื้นที่พบเกษตรกรและผู้บริหารสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด ณ จังหวัดพัทลุง ในวันที่ 24 ธันวาคม 2562 เพื่อหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพนมโคแปรรูปของไทยในตลาดการค้าเสรี พร้อมเยี่ยมชมศักยภาพโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูป และร้านค้าส่งเสริมของสหกรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่กรมฯ จะได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของสหกรณ์ภายหลังที่ได้รับคำแนะนำเรื่องการยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการผลิตสินค้านมแปรรูป ช่องทางการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออก ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการและผู้นำเข้า ณ ประเทศสิงคโปร์ จากการเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” ของกรมฯ เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรมที่ต้องการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกร และผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ และพร้อมเข้าสู่การแข่งขันเสรีที่ไทยจะต้องยกเลิกการเก็บภาษีสินค้าผลิตภัณฑ์นมโคที่นำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายใต้เอฟทีเอ ในปี 2564 และ 2568

นางอรมน เสริมว่า สหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด เป็นสหกรณ์โคนมที่มีศักยภาพ จดทะเบียนสหกรณ์ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2531 ปัจจุบันมีสมาชิกที่ส่งน้ำนมดิบให้กับสหกรณ์ทุกวัน 100 ราย ปริมาณน้ำนมดิบที่ผลิตและเก็บรวบรวมได้ประมาณวันละ 40 ตัน ปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,600 ตัน แบ่งเป็นนมสดพาสเจอไรส์ 1,100 ตัน และนม UHT 500 ตัน พบว่า สหกรณ์มีศักยภาพที่จะยกระดับมาตรฐานและเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อส่งออก สามารถผลิตสินค้าหลากหลายรูปแบบ เช่น นมสดพาสเจอไรส์รสชาติต่างๆ ทั้งในแบบบรรจุขวด และบรรจุถุงเป็นนมโรงเรียน นม UHT ไอศกรีมนมสด เครื่องดื่มนมสด และนมอัดเม็ด เป็นต้น

นางอรมน เพิ่มเติมว่า จากความตกลงเอฟทีเอที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบัน มีผลให้ประเทศคู่ค้า เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน และจีน ลดภาษีนมโค และนมโคแปรรูปให้ไทยเหลือร้อยละ 0 แล้ว ทั้งนี้ อุตสาหกรรมนมโคแปรรูปของไทยมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมูลค่าการค้าและการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยในช่วง 3 ปี (ปี 2559-61) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมูลค่าการส่งออกของไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค. – ต.ค.) อยู่ที่ 370 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 16.5 สินค้าส่งออกหลัก คือ โยเกิร์ต และนม UHT โดยคู่ค้าหลักยังคงเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น กัมพูชา ขยายตัวร้อยละ 23 ฟิลิปปินส์ ขยายตัวร้อยละ 22 เมียนมา ขยายตัวร้อยละ 11 ลาว ขยายตัวร้อยละ 6 นอกจากนี้ยังมีฮ่องกง และจีน ที่มีความตกลงเอฟทีเอกับไทยและได้ลดภาษีนำเข้าสินค้านมโคให้กับไทยแล้ว จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะต้องเร่งใช้ประโยชน์ให้สินค้าของไทยสามารถขยายตลาดส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์

20 ธันวาคม 2562

ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ