ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. โดยระบุว่า กรรมการบางส่วนของ BOJ สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยชี้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาวซึ่งปรับตัวสูงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อันเนื่องมากจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ในการประชุมเมื่อวันที่ 15-16 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับ 0.75% สู่ระดับ 1% ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น
รายงานการประชุมซึ่งมีการเผยแพร่ในวันนี้ (5 ส.ค.) ระบุว่า กรรมการ BOJ หลายคนเรียกร้องให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างถึงการอ่อนค่าของเงินเยนที่ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น และการที่บริษัทเอกชนส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายมากขึ้นเรื่อย ๆ
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ ได้หารือถึงทิศทางนโยบายในอนาคต ในช่วงเวลาที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาวพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี เนื่องจากนักลงทุนเทขายพันธบัตรท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของประเทศและปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากสงครามในอิหร่านได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาพันธบัตร
รายงานการประชุมยังระบุว่า มีกรรมการ BOJ เพียงไม่กี่คนที่มองว่าการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคานั้น จะนำไปสู่การสร้างเสถียรภาพให้กับอัตราดอกเบี้ยระยะยาว กรรมการ BOJ ระบุ ซึ่งมุมมองดังกล่าวส่งสัญญาณถึงความตั้งใจของ BOJ ที่จะตอบสนองต่อการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สหรัฐฯ อาจขานรับท่าทีดังกล่าวของ BOJ เนื่องจากเชื่อกันว่าสหรัฐฯ มีความกังวลว่ากระแสการเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอาจเพิ่มแรงกดดันให้เกิดการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตามไปด้วย และจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมกับทางการญี่ปุ่นในการแทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อเงินเยนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน หลังจากที่เงินเยนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใส
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข