นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึง การเอาผิดกับผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น 146 คน ที่ชิงลาออกก่อนคำสั่งถอดถอน ว่า การกระทำความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นก็ต้องเป็นไปตามนั้น เพราะกฎหมายมีหลักอยู่แล้ว
ส่วนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการถอดถอนผู้ทุจริต 5,925 คนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีกฎและระเบียบวางไว้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ มีข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย ตามข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องทางคดี ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการหลักอยู่แล้ว และขอความร่วมมือไปยังทุกฝ่าย ซึ่งทางตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ทำอยู่ รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ได้ติดตามเส้นทางการ อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ที่ติดตามการกระทำความผิดส่วนของข้าราชการก็ได้ดำเนินการอยู่ ครบถ้วนหมดแล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย คนที่เกี่ยวข้อง คนที่จะถูกพาดพิงไปถึง คนที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีอิทธิพลใดที่จะทำให้การดำเนินคดีเบี่ยงเบนไปได้ ขอให้คำยืนยันแบบนี้ พูดแบบนี้มาโดยตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ระบุ
รองปลัด มท. ลั่นเพิกถอน ขรก.โกงสอบท้องถิ่น ต้องปิดจ๊อบภายใน 31 ส.ค.
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พร้อมด้วยนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีถอนถอนรายชื่อทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า ขณะนี้ สถ.ได้ดำเนินการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันอย่างรอบคอบ และโปร่งใส ล่าสุด ได้มีมติให้เพิกถอนการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 3,868 ราย โดยให้มีผลพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
นายนิรัตน์ ชี้แจงถึงตัวเลขผู้ที่ถูกเพิกถอนว่า จากรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนในบัญชีใหญ่ทั้งหมด 5,925 รายนั้น ทาง สถ. ได้จัดชุดทำงานลงพื้นที่สอบทานข้อมูลอย่างละเอียด โดยเทียบเคียงข้อมูลระหว่างเครื่องและคน พบว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้ว 3,868 ราย ซึ่งกลุ่มนี้คือผู้ที่ต้องถูกเพิกถอนการบรรจุ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 1,000 รายนั้น ยังเป็นเพียงผู้ที่รอการบรรจุ จึงไม่ต้องดำเนินการเพิกถอน เพียงแต่จะไม่มีการเรียกมารายงานตัวเพื่อบรรจุแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในจำนวน 3,868 รายที่ถูกเพิกถอน พบว่ามีผู้ที่ชิงลาออกไปก่อนแล้ว 146 ราย ซึ่งการลาออกจะไม่ส่งผลให้พ้นจากความผิด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะต้องถูกดำเนินคดีต่อไป
สำหรับการแจ้งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอนนั้น ทาง สถ. จะเลือกใช้วิธีส่งหนังสือแจ้งรายชื่อเฉพาะบุคคล ไปยังคณะกรรมการข้าราชการส่วนจังหวัด (ก.จังหวัด) แต่ละแห่งโดยตรง เพื่อให้เห็นเฉพาะรายชื่อของจังหวัดตนเอง แทนการประกาศรายชื่อทั้งหมด 50,000 รายชื่อลงบนอินเทอร์เน็ต เพื่อความถูกต้องตามขั้นตอน
พร้อมกันนี้ สถ. ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบ สามารถเดินทางมาขอตรวจสอบคะแนนของตนเองได้ ทั้งที่ส่วนกลาง และที่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน มีผู้เดินทางมาตรวจสอบคะแนนแล้วถึง 1,489 คน
สถ. ได้นำหลักฐานผลคะแนนที่แท้จริง และคะแนนที่ถูกปลอมแปลง มาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนยอมรับในหลักฐาน ไม่มีผู้ใดโวยวาย ร้องไห้ หรือดำเนินการฟ้องร้องแต่อย่างใด ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของกรมฯ ที่ต้องการแสดงความโปร่งใสให้สังคมได้รับทราบ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุ
นายนิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะแรก สถ. จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบแข่งขันเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่สอบผ่านตามเกณฑ์ แต่ต้องเสียโอกาสและรอคอยการบรรจุ โดยหลังจากดำเนินการเพิกถอนกลุ่มผู้ทุจริตเรียบร้อยแล้ว สถ. มีกำหนดการที่จะเรียกผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองที่ถูกต้องตามลำดับคะแนน (จากบัญชีผู้สอบผ่านกว่า 48,000 50,000 คน) เข้ามาบรรจุทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ภายในช่วงเดือนตุลาคม 2569 นี้
ส่วนกรณีของผู้ที่ตรวจสอบพบว่าคะแนนดีขึ้น แต่ได้รับการบรรจุไปแล้วนั้น จะยังคงยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม คือให้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดิมที่ได้รับการบรรจุไปก่อน เนื่องจากเมื่อปฏิบัติงานครบ 6 เดือน ก็สามารถทำเรื่องขอย้ายได้ตามระเบียบปกติ
สำหรับความคืบหน้าทางคดีอาญานั้น สถ. ได้รวบรวมข้อมูล และส่งมอบหลักฐานให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เช่น ป.ป.ช., ตำรวจ, DSI, ป.ป.ง. และ ป.ป.ท. เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป
ทั้งนี้ กรมฯ ได้มีการรายงานความคืบหน้าของกระบวนการทั้งหมด ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทราบอย่างต่อเนื่องในทุกระยะ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์